โตเกียวไม่มีขา – ความสดของเรื่องเล่าที่มีค่า และเวลาไม่อาจทำลายได้

1   "กูพึงอ่านโตเกียวไม่มีขาจบว่ะ" ผมบอกเพื่อนที่ก …

หนังสือของคนซึมเศร้า ที่เราต้องเข้าใจ

"ตรอมใจตาย" คือภาษาไทยที่ชัดที่สุดวลีหนึ่งที่บ่งบอกถึงภาวะของการเป็นโรคซึมเศร้าในสมัยที่การแพทย์ยังไม่ยืนยันว่านั่นคืออาการป่วย แล้วเมื่อโลกได้รับทราบว่าภาวะซึมเศร้าเป็นอาการเกี่ยวกับความไม่ปกติทางเคมี ที่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการเบื่อหน่าย เศร้าซึมจนกลายเป็น "ซึมเศร้า"

พ่อขี้โมโห ลูกช่างออดอ้อน กับการต่อสู้ในเกม Horizon: Zero Dawn

ซึ่งตรงนี้พอจะสรุปเองแบบไร้หลักการได้ว่า  เด็กสนุกและกระทำกิริยาต่าง ๆ ตามที่ผู้ใหญ่สอน เขามีความสุขกับกิจกรรมที่พ่อแม่ยื่นให้ กิจกรรมที่พ่อแม่มีส่วนร่วม  บางครอบครัวนั้นอาจมีกิจกรรมอื่นนอกเหนือจากการเล่นเกม เช่น ออกไปวิ่ง เที่ยว เดินห้าง ก็ถือว่าดีเพราะการใช้เวลาร่วมกันของครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ ต่างจากบางครอบครัวที่คิดว่า การกลับบ้านมาหลังเลิกงานแล้วนอน หรือการทำอะไรตัวใครตัวมันในบ้านถือเป็นการอยู่ร่วมกัน ซึ่งบอกตรงนี้เลยว่า เด็กที่ทำอะไรตัวคนเดียวต่างหากที่มีโอกาส รับเอาสิ่งต่าง ๆ ที่เขาไม่เข้าใจมากระทำ ลอกเลียนจนเปลี่ยนเป็นนิสัย และกลายเป็นปัญหาที่ว่ากันว่า ไม่มีใครเข้าใจนั่นเอง  ผมคิดแบบนี้นะ... 

สิ่งที่ต้องทำคือการอดทน… สิ่งที่เจือปนคือการลังเล

ความฝัน ความหวัง ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้สำเร็จ สิ่งที่ต้องมีอย่างมากคือวินัยและความอดทน แต่สิ่งที่เจือปนคือความลังเลต่อเส้นชัย ยิ่งนานวันยิ่งท้อแท้ แต่นั่นคือไฟร้อนที่พุ่งเผาเหล็กแข็ง คือแรงจากค้อนที่กระหน่ำตีให้ความทื่อทึมกลายเป็นความแหลม ความคม บางอย่างอาจหายไปถ้าไม่ทำให้มันสำเร็จ

ดีขึ้น

ทุกวันนี้กลับบ้านมาผมก็มาคุยกับเขาว่าเล่นถึงไหน ที่จริงแล้วเขาก็เล่นไปไม่ได้ถ้าขาดผมที่คอยบอกเนื้อเรื่องทางเดิน วางแผนช่วงกัน ทำให้คิดย้อนไปเลยว่า ตั้งแต่เด็ก ๆ เรามีกิจกกรรมอะไรที่ได้ทำกับพ่อบ้าง มันน้อยนิดเหลือเกิน เชื่อสิว่ามีไม่กี่อย่าง (เล่นเกมเป็นหนึ่งในนั้น แม้มันจะสั้น ๆ ก็ตาม) รู้สึกดีนะ ถ้าจะให้พาลุยป่าลุยดงเหมือนตอนเราเด็ก ๆ คงยากหน่อย โลกมันเปลี่ยนไป กิจกรรมอื่น ๆ เราก็ทำ อ่านหนังสือ บวกเลข สอนการบ้าน ผมคิดว่าทำครบนะ แล้วเชื่อไหมตอนเล่นเกมด้วยกัน ผมสอนภาษาและสอนบางอย่างที่เกมสะท้อนออกมาได้ด้วย สรุปคือ 2 ย่อหน้าที่ผ่านมาคือการแก้ตัวว่าเราซื้อเกมมาทำไม -ฮา-

ปืนของเชคอฟ

"กระสุนมีจำกัด" คำพูดของชายคนหนึ่งพูดกับผมเมื่อเกือบปีมาแล้ว พูดถึงในแง่การทำงานที่ต้องมีแผนการ ทำอะไรต้องคิดไว้ล่วงหน้า อันที่จริงผมไม่ค่อยเข้าใจเขาหรอกในวันนั้น อาจเพราะระดับมันสมองของผมด้อยเกินกว่าจะรับรู้ หรือมีบางอย่างปิดใจเกินกว่าจะทุบทำลายกำแพงนั้นได้ แต่มาถึงวันนี้ วันที่ปืนของเชคอฟถูกแขวนไว้รอบบ้าน ผมจึงพอจะสำเหนียกบางอย่างขึ้นมาได้ ว่าการที่เรามีทางเลือกหลายทาง มีสิ่งที่อย่างทำหลายอย่าง ต้องกลับมาดูว่าตัวเองมีศักยภาพในการทำอะไรได้มากแค่ไหน จัดการอะไรได้บ้างในทรัพยากรจำกัดของตนเองที่มีอยู่

เมื่อต้องกอดใครจากด้านหลัง บนเตียงนุ่มในความอุ่นอันหลับไหล

แต่ความเป็นชายก็ต้องมีที่ใคร่คิด " เราทำหน้าที่ได้ดีแค่ไหน" ความลำบากทั้งกายและใจที่มีให้เธอ มันเกินที่จะให้ใครอภัยแม้แต่ตัวเอง อาจจะมีคำแนะนำต่าง ๆ ให้พอคลายใจได้บ้างว่า เขาอาจจะเก่งกว่ามึงก็ได้ เพียงแต่มึงไม่เคยให้เขาคิดและทำ ลองปล่อยให้มันเป็นไป อาจเป็นเพียงแค่หล่มหลุมกลางทางที่มาทดสอบคู่ชีวิตก็เป็นไปได้ ซึ่งก็คิดว่าอาจเป็นอย่างนั้น แต่ก็คิดไม่ตกอยู่ดี อยากรับผิดชอบ อยากเศร้าหมอง อยากทำให้รู้ว่าที่เป็นแบบนี้คือเราเป็นคนทำ เป็นคนพาเขามาและให้คำสัญญาที่เป็นไปไม่ได้