อยู่ตัวคนเดียวกับสิ่งอื่นมากไปหรือเปล่า?

1
อยู่ตัวคนเดียวกับสิ่งอื่นมากไปหรือเปล่า?

คำถามกำกวมกวนตีนถูกยกขึ้นมาถามตัวเองในเวลาที่ได้นั่งคนเดียวจริง ๆ คุยกับตัวเอง และพยายามตอบคำถามของตัวเองในรูปแบบที่ไม่ใช่ตัวเอง

สอง สาม สี่เดือนหลังมานี่ อยู่กับตัวเองมากขึ้น มากจนน่าอิจฉา ตื่นเช้าไปตั้งร้าน กลับมาห้อง/บ้าน อยู่กับจอมือถือ Netflix หนังสือ เกม และอะไรมากมายที่สรรหามาฆ่าเวลา ดูเหมือนหลาย ๆ คนบอกว่าเวลาเป็นสิ่งมีค่ามากที่สุด แต่เรากลับหาหลากล้านวิธีมาทำลายมัน

อ่านบทสัมภาษณ์ The Matter ที่คุยเรื่องอาหารของอาจารย์ต้น อนุสรณ์ ติปยานนท์ ท่อนหนึ่ง อ.ต้น บอกว่า Junk Food เป็นเรื่องของอาหารราคาประหยัดที่ถูกเอามาทำให้อร่อย รวดเร็ว เข้าถึงง่าย ร่ายกายได้รับไป เอาไปใช้ได้เลย ซึ่งแน่นอนระยะยาวส่งผลไม่ดี

กลับมามองตัวเองที่ตอนนี้เหมือนทำตัวเองเป็น Junk Life เลือกทำอะไรง่ายๆ ได้ความสุขแบบรวดเร็ว ไร้สาระ ฆ่าเวลา ฆ่าตัวเองไปวัน ๆ แน่นอน ระยะยาวคงส่งผลอะไรบางอย่างที่ไม่ดีแน่ๆ

2
อีกชื่อของ Junk Food คือ Fast Food ชีวิตเราตอนนี้คงเรียกได้ว่า Fast Life ได้ด้วยเหมือนกัน

ด้วยกิจกรรมที่มอบความสุขทันที ข่าวสารต่าง ๆ ที่เข้ามาตลอดเวลา ทำให้เราเสพติดความรวดเร็วมากไป รู้สึกทันทีว่าอยากได้อีก เอามาอีก เรามีความสุขกับการดูหนังได้ทันที เล่นเกมที่มันเร้าใจทันที เราเสือกเรื่องชาวบ้านหน้าเฟซฯ แล้วสนุกทันที

แม้มองในเชิงปริมาณจะรู้สึกว่าคุ้มค่ากับการใช้เวลาไม่กี่นาทีในการเร้าอารมณ์ แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องเหลวไหลสิ้นดีในแง่คุณค่า

ไอ้ความทันทีเหล่านี้แหละที่ทำให้เรารอไม่ได้ เราสูญเสียสามารถเพาะบ่มความรู้สึก เรามีความสุขก็จริงแต่เราขาดความซาบซึ้งกับมัน

ตัวอย่างง่าย ๆ เช่น สมัยก่อน เรารอดูดราก้อนบอลอาทิตย์ละตอน สนุกกับมัน คุยกันได้เจ็ดวันจนกว่าจะมีตอนใหม่ ๆ มา แต่เดี๋ยวนี้ เราสามารถดูการ์ตูนจบซีซัน 12-20 ตอนได้ในวันเดียว ความสนุกผุดมาต่อเนื่อง แต่ความซาบซึ้งหายไปในเมื่อเรากดดูเรื่องใหม่ในวันต่อมา

ด้วยวิถีชีวิตแบบนี้ ทำให้รู้สึกว่า แม้ช่วงนี้เราจะมีเวลาและทำกิจกรรมมากมาย แต่กลับไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย

3
กลับมาที่คำถามว่า เราอยู่ตัวคนเดียวกับสิ่งอื่นมากไปหรือเปล่า อยู่กับความเป็นอื่นมากเกินไปไหม คำตอบที่ชัดเจน คงต้องดูว่าเราพัฒนาจากเดิมมากมายแค่ไหน และเป็นไปในทิศทางใด

คำตอบที่ได้พบว่า เราแม่งงี่เง่ามากขึ้น หงุดหงิดมากขึ้น เพราะโลกความจริงนอกจอแม่งฟีดแต่เรื่องที่ไม่ได้ก่อความสุข

ในสภาวะจิตใจที่เราต้องการความสนุกทันที ต้องการความบันเทิงตลอดเวลา พบว่าเราไม่สามารถรอให้ไฟแดงเปลี่ยนเป็นไฟเขียวโดยไม่มีการบ่น สายตาพยายามมองหาว่ามีปุ่ม Skip Red Light เหมือน ปุ่ม Skip Ad ในยูทูปหรือเปล่า อย่าว่าแต่รอซีรีย์ซีซั่นใหม่ เอาเป็นว่าแค่เขียน ๆ อยู่ตอนนี้ยังคิดว่าเมื่อไหร่กูจะเขียนเสร็จเสียที

เราอดทนกับการหมักบ่มไม่ได้ เราไม่อยากเสี่ยงกับผลของบางอย่างที่ต้องใช้เวลาเยอะ ๆ เพื่อจะพบว่ามันล้มเหลวไม่เป็นท่า

เหล่านี้เป็นข้อบ่งชี้ได้ดีว่าเรามาไกลแค่ไหน เราสะสมไขมันใส่ร่างกาย และเก็บเรื่องลบ ๆ เลวร้ายเป็นคอลเล็กชั่นส่วนตัวล้ำค่า และใช้อีโก้โง่เง่าเก็บบ่ม รักษาพวกมันไว้เป็นอย่างดี

4
แล้วจะทำอะไรต่อ?
ไม่รู้ว่ะ…

กี่พันแสนครั้งที่เราบอกตัวเราว่าเราจะดีขึ้น เราสร้างโซลูชั่นมากมายมาเพื่อทำลายความโง่เง่าเหล่านั้น แต่ก็คงอยู่ในตารางนัดหมายเราได้ไม่กี่วัน เพื่อนผู้แสนดีฉาบฉวยก็กลับมาชนะใจ และชวนเราไปเดินหลงในสวนบันเทิงสำเร็จรูปไร้ทางออกอีกครั้ง และอีกครั้ง…

แต่คิด ๆ แล้ว มันคงเกิดเรื่องอะไรดี ๆ ขึ้นมาบ้างจากการนั่งคุยและหาคำตอบกับตัวเอง สิ่งที่จะทำได้ตอนนี้ คงเริ่มจากตรงนี้ละมั้ง พูดคุยกับตัวเองจริง ๆ อยู่กับตัวเองที่เป็นตัวเอง จ้องมองส่วนเกินของตัวเอง เพื่อหาสิ่งที่สามารถขจัดไปให้ได้ก่อน ทำทีละเล็กทีละน้อย กระเทาะมันออกมาจนเหบือแต่แกนกลาง และยอมรับแก่นแท้ของตัวเองให้ได้

แม้ว่ามันจะน่าเกลียดแค่ไหนก็ตาม

จากนั้นหวังว่าเราจะแต่เติมความดีอะไรสักอย่างลงไปได้บ้าง เพื่อที่วันหนึ่งที่มองย้อนกลับมา เราจะไม่เสียใจกับสิ่งที่ทำไปมากกว่านี้

28.8.19

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s