ความก้าวหน้าของการทรยศ

 

sony nin

 
“พวกเขาคือคนทรยศ” Sony กล่าวถึง Nintendo

“พวกเขาหักหลังเรา” แฟน ๆ Nintendo สบถใส่ Square

“เพื่อสิ่งที่ดีกว่า เราต้องเลือก” Hironobu Sakagushi แถลงข่าว

 

2791038-screen+shot+2015-10-17+at+8.43.48+pm

“Fighting Fantasy” คือชื่อของเกมที่ Hironobu Sakagushi นำเสนอต่อบอร์ดบริหารในปี 1986 เขามีประสบการณ์มากมายในการสร้างสรรค์เกมให้บริษัทเพราะเขามาอยู่ที่นี่ตั้งแต่อายุ 21 ปี

ทุกเกมล้วนได้คำชม แต่สิ่งเดียวที่เขาทำไม่ได้คือ ”เกมที่ขายได้จริง ๆ”

เขาเสนอในที่ประชุมว่า เกมที่เขาจะทำต่อไปได้รับแรงบันดาลใจจากหลายเกม รวมทั้ง Dragon Quest คู่แข่งคนสำคัญ
ในเกมของเขาบรรจุเรื่องราวของการออกท่องโลกกว้าง ผจญภัย คริสตัล

ทุกอย่างคือความหวัง ด้วยบริษัทที่เขาทำงานด้วย ประสบสภาวะทางการเงินและเกมนี้อาจเป็นเกมสุดท้ายของพวกเขาถ้าทำไม่สำเร็จ บอร์ดบริหารอนุมัติการสร้าง

แต่เนื่องด้วยชื่อ Fighting Fantasy นั้นไปซ้ำกับเกมอื่น ๆ และดูไม่มีเอกลักษณ์

ถ้าจะไม่มีโอกาสทำเกมแล้ว
ก็ให้มันเป็นจินตนาการครั้งสุดท้ายแล้วกัน

พวกเขาจึงเปลี่ยนชื่อเป็น

“Final Fantasy”

nintendo-logo-png-transparent

Nintendo มองหาคู่ธุรกิจที่จะมาพัฒนาอุปกรณ์ Build In ให้กับเครื่อง Super Famicom รุ่นใหม่ และบริษัทที่คู่ควรที่สุดตอนนั้นก็หนีไม่พ้น Sony

หลังจากที่ปู่นินฯ ประสบความสำเร็จมากมายในการสร้างเครื่องคอนโซล ที่โด่งดังไปทั่วโลกในปี 1983 สร้างยอดขายกว่า 2.5 ล้านเครื่องเมื่อสิ้น 1984

เครื่องเกม 8-bit Famicom (NES หรือ Nintendo Entertainment System) เปิดตัวพร้อมเกม Dongky Kong และระเบิดวงการเกมด้วย Super Mario Bros.

หลังจากเป็นเจ้าตลาดกว่า 6 ปี Nintendo ก็ออก Super Famicom อเมริการเรียกว่า Super Nintendo ในปี 1990 ซึ่งผลตอบรับก็ดีเช่นเคย จึงมีการพูดคุยเรื่องการสร้างอุปกรณ์ ที่ทำให้เจ้าคอนโซลตัวนี้เล่นเกมจากแผ่น CD

Sony มองเห็นช่องทางทำเงิน เลยทุ่มสุดตัวพัฒนาเจ้าอุปกรณ์ตัวนี้ ด้วยบุคลากรและทุนมหาศาล

กระทั่งปี 1991 ในงาน Customer Electronics Show (CES) ทาง Sony มีการนำเจ้า CD-Rom ที่ใช้สำหรับเสริมประสิทธิภาพเครื่อง Super Famicom มาโชว์ในงานสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนเกมของปู่นินฯ เป็นอย่างมาก

แน่นอน เราเลือกเครื่อง Famicom ที่มี Dragon Quest, Phantasy Star มากกว่าจะทำลง Arcade และคงไม่ดีต่อกระเป๋าเงินลูกค้าเท่าไหร่ การหยอดเหรียญไม่ใช่เรื่องดีแน่ ๆ “ Sakagushi ประกาศหลังจากเริ่มพัฒนา Final Fantasy

การพัฒนาเกมสุดท้ายที่เดิมพันชีวิตของ Square คืบคลานไปด้วยความหวัง ในขณะที่คู่แข่งคนสำคัญอย่าง Enix ก็กำลังจะปล่อย Dragon Quest III ที่มี Toriyama Akira ผู้เขียนมังงะดราก้อนบอลเป็นผู้ออกแบบตัวละคร ทาง Sakagushi เลือก Yoshitaka Amano ที่มีเอกลักษณ์ไม่แพ้กัน

เส้นด้ายของ Square ยิ่งบางเข้าไปอีก เมื่อกำหนดการวางจำหน่ายของ Final Fantasy คือ 18 ธันวาคม 1987 เป็นสัปดาห์เดียวกับ Phantasy Star ของ Sega และออกก่อน Dragon Quest ภาคใหม่เพียงสามสัปดาห์

แต่หยาดเหงื่อของเขาและทีมงานไม่เสียเปล่า เพราะ Final Fantasy ของเขาทำยอดขายถึงสี่แสนก๊อปปี้ในญี่ปุ่น และสามปีต่อมาก็บุกเบิกตลาดต่างประเทศได้อีก

ด้วยรูปแบบการเล่นที่เข้าใจง่ายกว่า Dragon Quest จึงสามารถเข้าไปอยู่ในใจของเกมเมอร์ชาวอเมริกันได้ และนั่นก็เป็นมาตรฐานใหม่ของ RPG

ด้วยยอดขายขนาดนี้ Square รอดตายด้วยปาฏิหาริย์ครั้งสุดท้าย

แน่นอนเกมนี้ส่งผลกระทบไปถึงยอดขายเครื่อง Famicom ของ Nintendo ด้วย และนั่นจึงทำให้ทางปู่นินฯ ไม่รอช้าที่จะจับมือกับ Square เป็นพันธมิตรร่วมกันอย่างชื่นมื่น

a5a5f318f3907c92d932c11e502bdc44

“นี่มันหักหลังกันชัด ๆ “ เหล่าเกมเมอร์ที่ได้ชมการประกาศร่วมมือของ Sony กับ Nintendo อุทาน

เพราะหลังจากจบงาน CES ทาง Nintendo ออกมาประกาศหักหน้า Sony ว่าพวกเขาจะใช้เทคโนโลยี CD-Rom กับคอนโซลของพวกเขา แต่จะให้ Philip เป็นผู้ผลิต

แบบนี้พวกเขาจะทำยังไงกับอุปกรณ์ที่พวกเขาพัฒนา ทาง Sony จึงมอบหมายให้ Ken Tokuraki สานต่อโครงการ พร้อม ๆ กับเข้าไปเจรจาเพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจด้วยกันต่อไปได้

แต่ทางปู่นินฯ บ่ายเบี่ยงและจะให้ทาง Sony เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจ็กต์ในส่วนของ Non-Gaming Role

แน่นอน Sony ไม่เล่นด้วย

Ken Tokuraki ใช้ความรู้ความสามารถทั้งหมดที่มี พัฒนาอุปกรณ์ Build in CD ด้วยเวลาที่จำกัด และทรัพยากรที่น้อยมาก

Ken สามารถนำเอาเทคโนโลยี 3D Graphics 32 Bit มาผสานกันกับเครื่องเล่น CD Rom และนำออกมาโชว์ให้ผู้บริหารชม

ทุกคนชื่นชอบ แต่ก็มีการถกเถียงกันว่าจะนำเทคโนโลยีนี้มาใช้เลย หรือจะใช้ 2D แบบเดิมกับสินค้าตัวใหม่

เพราะเครื่อง Super Famicom ยังเป็นแบบ 2D 16 bit อยู่ แต่พอเหลือบมองไปยัง SEGA ที่ปล่อยเกม Virtua Fighter ที่เป็น 3D Polygon ออกมาก่อนหน้าในเครื่อง Arcade

ที่ประชุมก็ตัดสินใจนำเทคโนโลยีตัวนี้มาสร้างเครื่องเกมคอนโซล และให้ชื่อว่า

“PlayStation”

“เราต้องสร้างให้มันดีกว่านี้” Sakagushiกล่าวหลังจากประสบความสำเร็จกับ Final Fantasy และเขาก็นั่งแท่นเป็นผู้สร้างและผู้กำกับ ที่ปรึกษา ในภาคต่อ ๆ มา

ทำยอดขายในการวางจำหน่ายบนเครื่อง NES ถึง 4.6 ล้านก๊อปปี้ ในภาค 1-3

พวกเขาก็ยกระดับทั้งวิธีการเล่น กราฟฟิค จนกระทั่งชนะคู่แข่งคนสำคัญอย่าง Enix เจ้าของซีรี่ย์ Dragon Quest และสร้างยอดขายอีก 7.5 ล้านก๊อปปี้ ใน Final Fantasy ภาค 4-6 ให้เครื่อง Super Famicom

ความสัมพันธ์ระหว่าง Square และ Nintendo ยังคงดำเนินไปอย่างราบรื่น จนกระทั่งมาถึงการพัฒนา Final Fantasy VII ทีมงานของ Sakagushi พัฒนาเกมในรูปแบบ 2D เพื่อลง Super Famicom เช่นเดิม

เมื่อเกมต้นแบบเสร็จสิ้น พวกเขาก็พักงานไว้เพื่อไปช่วยอีกทีมทำ Chorono Trigger และเมื่อเสร็จภารกิจในปี 1995 พวกเขาก็กลับมาสานต่อเกมในตำนาน

แต่การกลับมาครั้งใหม่ ก็มีคำถามเกิดขึ้นมาว่า อนาคตของพวกเขาควรไปในทิศทางใด

ธันวาคม 1994 Sony PlayStation ก็เผยตัวให้โลกได้ยลโฉม
ด้วยการใช้ CD ในการเล่น ราคาที่ถูกกว่าคู่แข่ง และประสิทธิภาพของเครื่องที่ทรงพลัง

ทำให้บรรดาบริษัทผู้สร้างเกมทยอยลงเล่นในสนามนี้ ทั้ง Takken ของค่าย Nemco และ Battle Arena Toshinden เป็นต้น

ปี 1996 Nintendo ตอบโต้ด้วยคอลโซลแห่งโลกอนาคต ด้วยกราฟฟิคระดับ 64 Bit ด้วยเครื่อง Nintendo 64 ซึ่งยกระดับของเกมไปอีกขั้น เปิดตัวพร้อม ๆ กับเกมคู่บุญอย่าง Mario 64

ในขณะที่ฝั่ง PlayStation ยังรันระบบด้วย 32 Bit
แต่คอนโซลของฝั่ง Sony ก็ไม่ได้สะทกสะท้านเพราะยุคที่เครื่องคอนโซลเจ้าอื่นใช้ CD Rom

แต่ปู่นินฯ ยังยืนยันจะใช้ตลับ

Square ได้ปรึกษาหารือกันเกี่ยวกับการพัฒนา Final Fantasy VII เรื่องการอัปเกรดให้เป็น 3D ซึ่งทางทีมรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องเล็ก การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้พวกเขาจะต้องสร้างตำนาน

ทางNintendo ทราบเรื่องการอัปเกรดนี้ จึงส่งระบบ Nintendo 64 ของพวกเขามาให้ทางทีมผู้สร้าง และขอให้ Square สร้างภาคใหม่ลงคอนโซลตัวนี้

Sakagushi พิจารณาตัวเลือกที่เขาจะพัฒนา FF VII ลง ซึ่งตอนนี้มีตัวเลือก Sega Saturn, Sony PlayStation และพันธมิตรหลักอย่าง Nintendo 64

เขาบอกว่าปัจจัยในการเลือกมีอยู่ 2 อย่าง คือ

1 ระบบการแสดงผล แน่นอนทีมงานต้องการการแสดงผลที่ดีที่สุดเพื่อสร้างสรรค์เกมในตำนานอันนี้ และ

2 ค่าใช้จ่ายของระบบการจัดเก็บข้อมูล เพราะการพอร์ทเกมลงแผ่น CD และการทำเกมลงตลับนั้น ค่าใช้จ่ายต่างกันมหาศาล ทั้งในแง่ของต้นทุน และกำลังการซื้อของนักเล่นเกม

และแล้ว พ่อดาบใหญ่ในตำนานอย่าง Cloud Strife ก็ได้มาปรากฏโฉมใน PlayStation โดยทีมงานใช้งบในการพัฒนาเกมนี้มากกว่า 60 ล้านเหรียญ

พวกเขาสร้างตำนานสำเร็จ สามารถขาย Final Fantasy VII ได้ถึง 11 ล้านก๊อปปี้ เกือบเท่ายอดขาย ภาค 1-6 รวมกันเสียอีก แน่นอนช่วยให้ Sony ขายเครื่อง PlayStation ได้มากมาย

จนเมื่อหมดอายุขัยของและยกเลิกสายการผลิตของ PlayStation 1 ทาง Sony ทำยอดขายไปกว่า 120 ล้านเครื่อง

ยังส่งผลให้ แบรนด์ PlayStation อยู่คู่กับนักเล่นเกมมาจนถึงทุกวันนี้

“ไม่ใช่แค่ RPG ที่ย้ายมาลงระบบ CGI 3D กระทั่ง Capcom ก็ยังสร้าง Resident Evil ด้วย ซึ่งก็แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเครื่อง PlayStation ได้เป็นอย่างดี” Sakagushi กล่าว
จากคำพูดนี้

เหมือนทาง Nintendo จะโดนตบหน้าหงายบ้าง จนสาวกปู่นินฯ ออกมากล่าวว่า นี่เป็นการหักหลังครั้งยิ่งใหญ่ และหลายปีจากนั้น Square ก็ไม่ได้สร้างเกมลงคอนโซลของ Nintendo เลย

แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า คุณปู่เองก็สร้างความเจ็บแสบไว้กับชาวบ้าน และผลกรรมนั้นก็สร้างศัตรูตัวฉกาจ ให้กลับมาทำร้ายพวกเขาเอง

โลกปัจจุบัน การที่ค่ายเกมจะไม่ค่อยทำสัญญากับเครื่องไหนเป็นพิเศษ แสดงให้เห็นโลกทุนนิยมอันแข็งแกร่ง และเรื่องที่เล่ามาก็สอนให้รู้ว่า โลกของธุรกิจการแข่งขันนั้น มักมีส่วนผสมของเรื่องราวหักเหลี่ยม ชิงไหวชิงพริบกันแบบนี้เสมอ

วิวัฒนาการของการหักหลังก้าวหน้ามาพร้อมปัญญามนุษย์
และที่สำคัญพล็อตเรื่องมันสนุกและซับซ้อนกว่าเกมที่เราเล่นเสียอีก

 


 

–คอลัมน์ Game Legend by
แอดลิงคอน

#GameLegend
#KooCast
— — —

อ้างอิง
http://www.ign.com/…/ign-presents-the-history-of-final-fant…
https://en.wikipedia.org/wiki/Square_Enix
http://vgsales.wikia.com/wiki/Final_Fantasy
https://en.wikipedia.org/wiki/Hironobu_Sakaguchi

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s