กลับมาเขียนอะไรบ้างก็ดีนะ

1

ไม่ได้เขียนอะไรมานานพอดู สนงสนิทกินมือกินสมองหมดแล้ว ให้นั่งคิดอะไรเขียนนาน ๆ พาลจะหมดสมาธิหาอย่างอื่นมาทำอยู่เรื่อย ๆ ทั้งไถจอ หรืออ่านหนังสือ เหมือนเรากลัวการเขียนไงไม่รู้ เขียนไปหัวใจพาลจะคิดหาแต่อย่างอื่นมาทำทาแทรกตลอด

2

ติดตามเพจนิ้วกลมมาพอควร คนบ้าอะไรเขียนเป็นวรรคเป็นเวร เขียนมาทีล่อไปยี่สิบ สามสิบหัวข้อ แต่พอมานั่งคิด ๆ ดูก็คงคบ้าย ๆ ระบายทุกอย่างที่มีออกมา ทั้งที่เกี่ยวและไม่เกี่ยวล่ะมั้ง

3

‘ทำบ่อย ๆ ก็เก่ง’

ตรรกะง่าย ๆ ที่ไม่แน่ใจว่าเราแกล้งลืมไปตอนไหน จนรู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นเขียนไม่ได้ไปไม่เป็นเสียเเล้ว ถ้าเช่นนั้นคงต้องรีบแก้ไขด่วน ๆ ก่อนที่จะไม่เหลืออะไรในสมอง ก่อนที่ความรักในสิ่งใดสิ่งหนึ่งจะเหือดแห้งแล้งไปหมดจด

4

พูดถึงเมื่อเช้าไปขายของ จองที่ไว้แต่มีคนมาลงแทน จะว่าก็ไม่ได้เพราะเราเองก็ไม่ได้คุยกับเจ้าของที่โดยตรง คงยากที่จะอ้างสิทธิ์เหนือสิ่งใดที่ไม่ใช่ของเรา อีกอย่างด้วยนอนใจในสิ่งรอบข้าง ทำให้ไปถึงตบาดช้า แน่นอนนกที่ออกหากินก่อนย่อมได้หนอนตัวอ้วนที่สุด

เอาเป็นว่าเราต้องทำอะไรให้มากกว่าที่เป็นอยู่

5

–ค่าที่–

ตลอดเดือนที่ผ่านมาเราเสียค่าที่ (เช่าขายของ) เยอะมาก ๆ แต่ผลตอบแทนเรียกได้ว่า ฉิบหาย ขายไม่ได้เลย ลงงานเอ็กซ์โปแปดวันห้าพัน ลงโรบินสันสามวันพันห้า ไหนจะค่าที่แต่ละวันที่ลงโต้รุ่ง ขี้ ๆ ก็สองร้อยต่อวัน รวม ๆ กันแล้วทำให้นึกถึงเสียงอึ่งที่พร้อมใจกันร้องระงมเมื่อคืนตอนฝนตกราวกับจะเย้ยกันว่า ‘หมื่นกว่า ๆ’

ต้องมานั่งคิดแล้วว่าเราจะบริหารจัดการตรงนี้อย่างไรดี…

5

ฟัง Productivity Hack ของคุณแทปวันก่อนที่พูดถึงการจัดการทั่วไปที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารเวลาให้ดีขึ้น ก็มีข้อแนะนำหลายอย่างที่ช่วยให้เราจัดการเวลาได้ดีขึ้น หลายอย่างเป็นเทคนิคเฉพาะ หลายอย่างเป็นสิ่งที่เคยได้ยิน เช่นการวางแผนงานวันพรุ่งนี้ การจดรายละเอียดหนังสือที่อ่านไป ฯลฯ

แต่มีอยู่อันนึงที่ทำเรานั่งนิ่งคิดทบทวน นั่นคือ ‘การจัดการความหงุดหงิด’

เออหว่ะ แค่หงุดหงิด แม่งก็แดกเวลาทำมาหากินเราไปได้เยอะ เจอเรื่องบ้าบอแล้วมานั่งคิด หงุดหงิดงุ่นง่านพาลเสียเวลาทำอย่างอื่น

ต้องกำชับตัวเองให้จัดการอารมณ์ตรงนี้เสียใหม่ เพราะรู้สึกว่าตัวเองหงุดหงิดบ่อยเข้าขั้นวิกฤติแล้ว กลายเป็นคนคิดลบที่เราเคยเกลียดมากเมื่อก่อน

เริ่มจากไม่หงุดหงิดที่ไม่ได้ขายของแล้วกัน อย่างน้อยก็กลับมานอนพักผ่อน หรืออย่าวน้อยก็ได้เขียนอะไร ๆ อยู่ตอนนี้ไง

6

‘เราไม่รู้และไม่สามารถการันตีได้หรอกว่าเราจะเป็นคนอย่างไร และทำอะไรในอนาคต’

อันนี้อ่านและสรุปมาจากบทหนึ่งในหนังสือ What I Talk About Running, When l Talk About Running ของ มูราคามิ

สิ่งที่เราเกลียดอาจกลายเป็นเราเองก็ได้ใครจะรู้ สิ่งที่รู้คือเราจะต้องวางแผนบริหารตัวเราในวันนี้อย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

นั่นสิ ทำอย่างไรดี เริ่มจากหายหงุดหงิดให้ไว และเขียนอะไร ๆ ออกมาให้ได้ทุกวันดีไหม

7

พูดถึงการอ่านหนังสือ ช่วงนี้ก็อ่านบ่อยกว่าเมื่อเดือนที่แล้ว ไม่แน่ใจเพราะขยันขึ้น หรือว่าว่าง (เพราะขายของไม่ดี) มากขึ้นกันแน่ เดือนที่แล้วน่าจะอยู่ที่ 4-6 เล่ม

ประเด็นไม่ได้อยู่ที่อ่านมากอ่านน้อย แต่อยู่ที่อ่านแล้ว ไม่ได้มาเขียนมาเล่าว่าเราพบเจออะไรบ้างในการผจญภัยในเล่มนั้น ๆ

บางเล่มสนุกมาก ๆ อ่านไปคิดไปว่าต้องบอกต่อ ต้องเล่าให้เพื่อน ๆ ฟัง ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แต่พออ่านจบ หยิบเล่มใหม่อ่านต่อ ปล่อยให้สิ่งที่ได้หรือ ‘วัตถุดิบ’ แห้งไป ไม่สดใหม่ ไม่ได้ตกผลึกความคิดอันใด สุดท้ายก็ปล่อยมันไว้ เพราะมันไม่น่ากิน ไม่น่าอภิรมณ์ เน่าเสียไปในที่สุด

คิดว่าต่อไป ไม่มากก็น้อย จะเขียนถึงหนังสือที่อ่านลงเพจ Bookster หรือ iMonkey Blog แหละ

8

ช่วงนี้เอาจริงก็ต้องบอกว่ามีเวลาพอควรเลยนะ ทั้งดูซีรีย์ ดูรายการแข่งเพลงเเร็ปทั้งสองเจ้า และมาสเตอร์เชฟฯ คงไม่เขียนถึงให้วุ่นวายในตอนนี้ (แต่สุดท้ายก็คงเขียนเพราะไม่มีไรเขียน)

ประเด็นที่จะบอกคือ การที่เราว่างขนาดนี้แต่ไม่มี Productivity ที่ทำรายได้ออกมา แสดงว่าเราควรต้องจัดการอะไรบ้างไหม

ไม่ใช่ว่ารายการเขาไม่ดี เรียกได้ว่าชอบเลยแหละ แต่การที่เราใช้เวลากับความบันเทิงในสัดส่วนมากไปนั้น คงไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่ ทั้ง ๆ เรื่องการหารายได้น่าจะเป็นเรื่องหลักในช่วงนี้ เพราะเท่าที่ดูชีวิตก็ยังไม่ทีหลักประกันอะไรว่าจะไปรอดหรือไปไกลได้แค่ไหน การหาอะไรมาทำเพื่อสร้างรายได้ก็น่าจะดีนะ

9

มีหลายคนบ่นว่าเราออกจากงานมาขายของแบบนี้ น่าเสียดายความรู้ที่มี

อ่าห์…

ประเด็นนี้น่าสนใจนะ แต่ถ้าจะให้เขียนร่ายยาวอธิบายคงเขียนได้หลายสิบหน้าเอสี่

เอาสั้น ๆ ว่าชีวิตมีทางเลือกแหละ เราเลือกมัน ทำมันเต็มที่ ทำดูก่อน เราอาจได้ความรู้ใหม่ ๆ ที่เราไม่มี และใช่ว่าทางเลือกทางนี้ เราจะไม่ได้ใช้ความรู้เก่า ๆ เลย

อย่างว่า เราไม่รู้หรอกว่าชีวิตเราในอีกห้าปีสิบปีข้างหน้า เราจะทำอะไรอยู่

เพราะสิ่งแน่นอนที่สุดคือความไม่รู้

10

เมื่อวานเปียแชร์ –ไม่ได้ อดไปอีก

#สึด

11

–ลูก

ไม่ได้เขียนถึงลูกมาสักพัก เท่าที่ดูก็ดี อ่านออก เขียนได้ ทักษะที่จำเป็น การพูด การสื่อสารต่าง ๆ อยู่ในเกณฑ์ มาตรฐานสำหรับเรา แต่ที่น่ากังวลคือ ไอโฟนเล่นเกมมากไปหน่อย ขณะที่ไอติมก็ไม่ค่อยอยากหัดอ่านหนังสือ คงต้องมาจัดระเบียบอะไรบ้าง ผลเป็นไงคงได้มีโอกาสมาเล่าให้ฟัง

12

สรุปที่ร่ายยาวมาก็มีสามสี่ประเด็นที่ต้องทำ

– จัดการเวลาให้สมดุลย์กว่านี้ หาเงิน บันเทิง ดูแลลูกและครอบครัว

– หยุดหงุดหงิดและหาอะไรที่ดีต่อชีวิตมาทำแทน

– เขียนอะไร ๆ ออกมาบ้าง อย่างน้อยวันละหน้าเอสี่ก็ยังดี จะชมเชย ด่าทอ ตอแหล แต่งเรื่อง ลงไดอารี่ หรืออะไรก็เขียน ๆ ไป

– หาเงิน หาเงิน หาเงิน

– เปียเเชร์ไม่ได้

#สึด!!!

3/6/18

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s