ชีวิตเต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลง

-1-
นั่งงงอ่านหนังสือปะกิต อ่านไปดูคำแปลไป กว่าจะผ่านแต่ละหน้า ในหัวก็คิดว่า ทำไมมันยากจังวะ

เลยวางไว้หันมากินกาแฟแล้วโพสเฟช…

-2-
ร้านขายของตอนนี้ใหญ่มาก กว่าจะจัดเสร็จ จากแต่ก่อน 10 นาทีรวมขับรถไปเก็บยังได้ เดี๋ยวนี้มาถึงตลาดหกโมงครึ่ง เจ็ดโมงกว่ายังดูไม่เรียบร้อย รู้สึกตัวอีกทีเกือบแปดโมง

มันก็แปลก ๆ ไม่คิดว่าเราจะโตเร็วแบบนี้

จะว่าดีก็ดีแต่การเติบโตที่รวดเร็วเกินไปอาจทำให้โครงสร้างบางอย่างยังแบกรับสิ่งที่เข้ามาเพิ่มเติมไม่ไหว มองไปคล้ายบ้านที่มีแก่นเสาเดิมแต่กลับถูกต่อเติมจนดูผิดรูป คิดว่าต้องทำอะไรสักอย่าง ก่อนมันจะพังครืนลงด้วยน้ำหนักของความหวัง และการไม่ระวังที่ยากขึ้นกว่าเดิม

ในหัวคิดสองอย่าง ไม่แยกร้านก็ต้องเพิ่มล็อก เพราะหากล็อกร้านไม่พอพื้นที่ อาจระบายขายของโชว์สินค้าไม่หมด แล้วทุนจะกองเก็บกดกำไรจนไปต่อไม่ไหว แต่การจะให้ได้ล็อกเท่าเดิมทุกวันก็เป็นเรื่องยากพอ ๆ กัน

– 3-
พูดถึงการเติบโตเปลี่ยนแปลง พุงเราก็โตขึ้น ความคิดเราก็ดูจะแปลก ๆ เป๋ ๆ ไปกว่าแต่ก่อนอยู่หน่อย การพูนพอกของความคิดที่ประหลาด ๆ สาดกระเส็นออกมาในรูปแบบของการกระทำ คำพูด และความรู้สึก

คิดว่าตัวเองน่าจะเป็นคนคิดลบ เห็นแก่ตัว เอาแต่ใจขึ้นมามาก จนบางทีก็รู้สึกรังเกียจตัวเองไงไม่รู้ ส่องกระจกตอนนี้เหมือนไม่ใช่เรา เป็นใครก็ไม่รู้ที่เราไม่ถูกชะตา และไม่ปราถนาที่จะคบคนแบบนี้มาตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ

-4-
ไม่เหมือนเดิม

จะว่าไปตามหลัก เราไม่ใช่เราคนเดิมเมื่อ7 ปีก่อน (บางตำรายอก 9 ปี บางตำราคำนวนละเอียดกว่านั้น) เซลต่าง ๆ ผลัดเปลี่ยนไป ตาย ผุดไปเรื่อยตลอดเวลา ความคิด ความอ่าน แรงกดดัน ประสบการณ์โพยตี ทุบทำร้าย หล่อหลอมให้เราเปลี่ยนความคิดและวิธีการอยู่เสมอ ๆ

ไม่แปลกหรอกหากเราเป็นนักเคลื่อนไหว นักร้อง นักปฏิวัติ นักเขียน หรือคนอื่น ๆ เปลี่ยนไปเป็นคนละคน จากเหลืองเป็นแดง เป็นเทา เป็นน้ำเงิน

ฉะนั้นหากมองเห็นว่าคนไหนเปลี่ยนไป ก็คงกลับมาคิดทบทวนดูว่าเราจะเปลี่ยนแปลงตามใจหรือเราจะเปลี่ยนไปตามคนที่เรานับถือ

เคยอ่านเจอว่านักต่อสู้เพื่ออุดมการณ์คนหนึ่ง (ซึ่งจำไม่ได้ว่าใคร อาจเป็นนักร้องหรือนักเขียน) ตอบคำถามคนสัมภาษณ์เรื่องมีคนทักท้วงว่าท่าทีของเขาเปลี่ยนไปไม่เหมือนตอนหนุ่ม ๆ เขาตอบอย่างเรียบง่ายว่า

“ผมจะเปลี่ยนใจไม่ได้หรือ”

พออ่านบทสัมภาษณ์จบ ก็พบว่าทุกคนแม่งเปลี่ยนไปเสมอไม่มากก็น้อย อย่ายึดติดอะไรมากมาย แม้แต่คนที่เรารักแทบตายสุดท้ายอาจไม่รักในสักวันก็ได้

ความแน่นอนที่สุดยังไม่แน่นอนเลย…

-5-
ระหว่างจิบกาแฟเหลือบดูร้านขายของ ที่ดูวุ่นวายจะมองเป็นนัยว่าขายดีก็ไม่เชิง แล้วยิ้มกับตัวเองเพราะสิ่งตรงหน้าเปลี่ยนแปลงตามสัจธรรมและน่าพอใจเพราะเปลี่ยนไปในทางที่ดี

ก้มมองดูพุงกะทิก็เต็มไปด้วยไขมัน ดอกยิ้มก็หุบพลันคิดว่า น่าจะได้เวลาเปลี่ยนแปลงเพื่อทำให้มันดีขึ้นแล้ว

แล้วมองไปดูปกหนังสือประกิตเล่มเดิม มีข้อความที่เพิ่มเติมความหงุดหงิดมาอีกประโยค ข้อความบนหนังสือนั้นเขียนชัดเจนโชว์หราว่า

“เหมาะสำหรับเด็กมัธยม”

#เปลี่ยนแปลง
#เปลี่ยนใจ
#ไม่รู้จะแนบรูปอะไร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s