จืดชืด

1

เมื่อรักมันจืดชืด…

อาจเป็นการดีก็ได้เมื่อเราพบว่ารักที่เรามีมันจืดลง อารมณ์โลกสวยคงแปลได้ว่าเรากลับมา Set Zero ให้แก่ชีวิต ได้มีโอกาสย้อนกลับไปเมื่อตอนที่ยังไม่ได้รักกัน เป็นน้ำซุปเปล่าที่รอการปรุง เป็นกระดาษขาวที่รออการร่างและระบายสี 

รักจืดชืดก็ต้องเริ่มปรุงแต่ง กลับมาพูดคุย สร้างสัมพันธ์กันใหม่ในแบบที่วาดหวัง ให้ความหลังเป็นประสบการณ์ และคิดว่าเป็นการดี ที่คราวนี้เราไม่ต้องคิดเองเออเอง ว่าเธอจะชอบเรา รักเราไหม แต่ตอนนี้เรารู้ว่าอย่างน้อยเธอก็พอมีใจ และต้องทำอะไรให้ความรักสวยงาม งอกเงย ชวนกันมาพูดคุยราวกับเป็นวัยรุ่น 18 ที่มองความรักสวยงาม และใช้ประสบการณ์มาสร้างเส้นทางของชีวิต ใน่ความคิดสติปัญญาบาลานซ์ทุกอย่าง ปรุงแต่งห้รักกลับมาอร่อย เข้มข้น และน่ากินอีกครั้ง 

ซึ่งน่าจะง่ายกว่ารักที่หวานเกินไป เค็มเกินไป ว่าไหม?

2

เมื่อชีวิตการทำงานมันจืดชืด…

การทำงานคือการแข่งขัน การเมืองในออฟฟิศมีจริงและบางสิ่งน่ากลัวกว่าที่คาดคิด จึงไม่แปลกที่โลกการทำงานของใครหลายคนย่ำอยู่กับที่ ไม่ทีวิธีจะก้าวไปข้างหน้า แต่จะปลิดขั้ว ปล่อยตัวร่วงลงมาก็เต็มไปด้วยภาระและสภาวะไร้ความมั่นคงที่รอรับอยู่ แล้วยังไงล่ะทีนี้ จะให้ทำใจกลับไปรักเหมือนตอนใหม่ ๆ ก็ใช่ว่าจะทำได้ทันที เพราะขยะความรู้สึกที่มีมันสุมใจ ปัดกวาดให้สิ้นซากน่าจะยากกว่าทำใจเดินจากมาเสียอีก แต่ไม่มีอะไรยากเกินกว่าจะทำถ้าอยากทำ หากงานที่ทำมันไร้สีสันก็เติมความตื่นเต้นด้วยการใส่เป้าหมายใหม่ลงไป มุ่งมั่นกับเป้าที่จะทำแล้วลงมืออย่างเต็มที่ ไม่สนใจฟ้าดิน เพราะอย่างไรก็มีปัญหาอยู่แล้ว อย่างน้อยเมื่อมีอะไรทำก็ยังพอลืมความซ้ำซากจำเจลงไปได้บ้าง อาจไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดในตอนนี้ หากแต่เมื่อมีผลงานและการชื่นชมเข้ามาบ้าง กำลังใจก็คงกลับมาให้ได้หอมหว่นเหมือนวันวานสักหน่อยก็คงจะดี

3

แต่ทุกการเริ่มต้นลำบากเสมอ ความจืดของน้ำเปล่าปรุงยากกว่าน้ำซุปที่ที่ผ่านการเคี่ยวมาทั้งคืนแน่นอน 

หากพลังกายในวัยรุ่นคือต้นทุนที่มีค่า แต่ในวัยที่หลายอย่างผ่านมามีความเฉยชาเข้ามาเติมเต็ม ทุกอย่างกลายเป็นความชืดที่ต้องใช้พลังไม่น้อยในการปรุง 

ย้อนไปเมื่อตอนที่เราแอบชอบกัน พลังในรักผลักดันให้ทุ่มเทเผื่อให้ได้มา หรือตอนเรียนจบใหม่ ที่อยากแสดงให้โลกเห็นว่ากูทำได้ ตอนนั้นเราง่ายที่จะล้ม แต่ไม่คิดจะจมอยู่กับที่ ผิดกับตอนนี้เหนื่อย เนือย เชื่องช้า ล้มมาทีเจ็บเป็นเดือน และไม่รู้ว่าจะลุกขึ้นมาได้อีกไหม การทำอะไรใหม่ ๆ จึงยากกว่าเดิมมากนัก 

สิ่งที่จะทำได้มห้ทั้งรักและงานกลับมาหอมหวานจึงยากกว่าเดิมแน่ แต่ท้ายสุดหากความมุ่งมั่นเป็นของจริง เชื่อว่าเราจะทำทุกสิ่งให้กลับมาได้ และนั่นจะพิสูจน์ให้เห็น ว่าเราเป็นคนแบบไหน 

ผลงานคือทุกสิ่ง และจะเป็นจริงเมื่อลงมือทำ ความจืดชืดเป็นข้อดีหากเราทบทวนหาวิธีจะปรับและปรุง ดีกว่ามีน้ำเต็มแก้วแล้วเติมอะไรลงไปไม่ได้ มีความหวานเข้มข้นจนเลี่ย หรือมีความขมเต็มที่ ถ้าเป็นแบบนี้อย่าว่าแต่ปรุงเลย แค่คิดว่าจะต้องอยู่ด้วย ก็คงโอดครวญว่าเป็นความซวยที่ช่วยไม่ได้

เมื่อคิดได้อย่างนี้ ต้องรีบหาวิธีปรุงรัก ปรุงงาน ปรุงชีวิต ปรุงแม่งจนกว่าชีวิตมันจะกลมกล่อม และถึงแม้มันจะไม่อร่อยมาก อย่างน้อย ก็เป็นตัวเรา ที่ได้ลงมอปรุงมันด้วยตัวของเราเอง

5.11.17

หมวดหมู่Diary

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s