Bun Diary #10 ภาวะ เครื่องมือ ความจริงใจ และมันคืออะไรในความสัมพันธ์

Bun Diary #10 ภาวะ เครื่องมือ ความจริงใจ และมันคืออะไรในความสัมพันธ์
1

อ่านงานหนอมเกี่ยวกับการมีลูกครบปี เขาเขียนแทนความรู้สึกคนเป็นพ่อแม่ได้ดีนะ เล่นเอาเอานอนมองเพดานอยู่นาน คิดคำนึงว่า “เฮ้ย มึงแม่งทำไรวะ” 

(ซึ่งหนอมก็เขียนได้แบบสตั้นท์ได้หลายครั้งเหมือนกัน) 

ทำให้เราคิดว่า สิ่งที่เราอ้างว่าเราทำทั้งหมดเพื่อลูกนั้น มันมาถูกทางไหม แต่สุดท้ายจริง ๆ เราก็เกือบจะทำได้แค่ก้มหน้างุด ๆ ทำมันต่อไปแบบเลี่ยงไม่ได้ อยากมีความกล้าในการเปลี่ยนแปลงมากกว่านี้ แต่อย่างว่าถ้าความกล้าส่งผลลัพท์ที่ไม่ดี 

มันก็กลายเป็นความโง่ผสมบ้าแค่นั้นเอง

2

อ่านหนังสือ “52 วิธีคิดให้ได้อย่างเฉียบคม” (ยังอ่านไม่จบ คิดว่าหนังสือแบบนี้ต้องค่อย ๆ อ่าน คือรีบอ่านจบ อ่านผ่านไปมันไม่ได้อะไรแน่ ๆ) มีตอนหนึ่งเขียนว่า 

คนเรามักมองหาสิ่งที่เราคุ้นเคย ให้เหตุผลในสิ่งที่เราอยากได้อยากฟัง เพื่อให้ได้ทำในสิ่งที่เราตั้งใจ คือเราเลือกที่จะฟังสิ่งหรือคนที่พูดและคิดเหมือนเรา เรามักหาความเชื่อมโยงต่าง ๆ เพื่อบอกว่าสิ่งที่เราคิดนั้นถูก 

กับอีกตอน ผู้เขียน ๆ ว่า เรามักร้อยเรียงเรื่องราวเข้าด้วยกันเพื่อสนับสนุน และมักไม่คิดหรือหาทางขัดแย้งตัวเอง หรือขัดแย้งกับผู้มัอำนาจ พยายามใช้ทัศนคติเข้าข้างตัวเอง มองหาคำตอบที่ใช่

ซึ่งคิดว่าเนื้อหาคล้าย ๆ กันแต่เรื่องราวที่เปรียบเทียบเปลี่ยนแปลงไปตามแต่สถานการณ์

 แต่ทั้งหมดทั้งมวลคือสอนให้เราไม่หลอกตัวเอง ไม่เชื่อคนอื่น (กาลามสูตร) อ่านเพลินใช้ได้ สำนวนไม่ได้กวนมากแบบที่หนอมบอก คิดว่าคนที่มีความก้าวหน้า เขาคงศึกษารายละเอียดพวกนี้แหละ เลือกใช้เครื่องมือต่าง ๆ ที่มีให้ถูกต้องตามเวลาที่ต้องการ 

แม้เครื่องมือบางอย่างจะขัดกัน (เช่น น้ำขึ้นให้รีบตัก กับ ช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม) แต่ถ้ามีประสบการณ์ที่มากพอ นั่นจะทำให้การตัดสินใจในเรื่องสำคัญในช่วงเวลาวิกฤตินั่นมีความเสี่ยงน้อยลง

3

มีเว็บไซต์หนึ่งบอกเราว่าผ่านการคัดเลือก ให้เขียนบทความเกี่ยวกับเกมที่มีกลิ่นของความสัมพันธ์ของครอบครัวกับเกมที่เลือกเล่น ตีความความสัมพันธ์ระหว่างการเล่นเกมหนึ่ง ๆ ให้ออกมาตามความคิดของเรา คาดว่าจะเริ่มลงในเดือนหน้า (เพราะตอนนี้ยังไม่เขียน) 

กับโสภณบอกว่าให้รวมงานเขียนเก่า ๆ พร้อมเขียนคอนเซปต์ของคอลัมน์ที่อยากนำเสนอให้ นสพ ฉบับหนึ่ง ซึ่งเราก็ไม่รู้จะเขียนอะไร และไม่มีความสั่นใจเลยว่ามีใครอยากอ่านสิ่งที่เราเขียน แต่จะพยายามรวมส่ง หวังว่าคงได้มีงานเขียนออกสู่โลกโดยชื่อของเราจริง ๆ เสียบ้าง หลังจากเป็นโกสต์อยู่สักพักแล้ว แต่ตอนนี้ก็ต้องทุ่มชีวิตสู่กับงานใหม่ที่พึ่งเริ่มทำด้วย

เหนื่อยเหมือนกันนะ

“เชิญด้านในก่อนค้าาา” เสียงเรียกลูกค้าจากร้านค้าต่าง ๆ เราก็เป็นหนึ่งในคนที่ใช้เสียงเรียกลูกค้ามาใช้บริการ 

จุดสังเกตหนึ่งที่คิดว่าแปลกคือ คนที่ตะโกนเรียกลูกค้า จะใช้สำเนียงและภาษาที่ต่างไปจากตัวตนเดิม เป็นภาษาฝึกหัด สำเนียงอ่อนแอที่พยายามทำเป็นอ่อนโยน (ตัวอย่างคือเสียงประกาศของห้างนั้นแหละที่เอาเข้าจริงฟังเกือบจะไม่รู้เรื่อง) และสำเนียงแบบนี้ไม่ค่อยเรียกลูกค้าได้จริง ๆ หรอก 

แต่พอเขาหันกลับมาหาเพื่อน ๆ ในที่ทำงาน กลับพบว่า เขาเหล่านั้นใช้เสียงที่เป็นตัวเอง ดูจริงใจ ดูแข็งแรง เรามองอยู่นานว่าหากเราใช้เสียงแข็งแรงแบบนั้นเรียกลูกค้าจะเป็นอย่างไร คิดว่าเฮ้ย เวลาเพื่อนขายของให้กันมันไม่จำเป็นต้องดัดจริตเสียงนี่หว่า แล้วแม่งก็ซื้อง่าย หากเราพูดสำเนียงจริงใจจริงจังแบบที่คุยกับเพื่อนล่ะ มันจะขายดีไหม 

หลังจากลองพูดอยู่สักพักก็คิดว่าได้ผลนะ เราคุยแบบจริงใจ ไม่ดัดจริต ไม่ลากเสียง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะได้ทุกคน แต่ก็พอจับใจความได้ว่า คนเราแม่งต้องการความจริงใจพอควรนะ รอยยิ้มหุ่นยนต์ เสียงพูดแบบฝึกหัดนั้น ไร้ชีวิตและคุณค่า 

เวลาคุยกัยใครก็ตาม ให้ใส่ความจริงใจ แต่ความจริงใจแบบปลอม ๆ ก็ถูกดูออกอยู่ดี ทางที่ดีคือใส่ความจริงใจ แบบ จริง ๆ เข้าไปด้วยในการที่ต้องสื่อสารกับคนอื่น ๆ

5

ไอติมป่วยอีกแล้ว เป็นห่วงนางจัง สงสารทุกคน แต่ก็มีความแปลกใจบางอย่าง และอากัปกิริยาที่เรารู้สึกว่าไม่โอเคจากคนที่เรารัก

คือคล้ายกับเราเต็มไปด้วยความสุขในขณะที่เขาทุกทน ก็ไม่รู้จะออกจากวังวนความรู้สึกนี้ได้อย่างไรเหมือนกัน

#ไม่รู้จะทำอย่างไร

20.10.17

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s