“ล้อ” หรือ “อำ” งานขำ ๆ ที่มากกว่า “กวนตีน”

ล้อ…  อำ…
ขำ…  ไม่ขำ… ?
จากปรากฏการ Double Standard ที่พุ่งพรวดจากการล้อเลียนสำนักข่าวน้องใหม่ อย่าง The Standard นั้น เป็นที่วิพากษ์ วิจารณ์กันอย่างสนุกสนาน บางคนก็ชอบ บางคนก็ไม่ชอบ บ้างว่าหยาบคาย บ้างว่าสร้างสรรค์ ซึ่งก็เป็นที่ถกเถียงกันไปต่าง ๆ นานา
วันนี้  iMonkey Daily Talk จึงมาคุยเรื่อง “อำ” ที่บางทีก็ขำ บางที่ก็กล้ำกลืนกันไป
การอำหรือล้อเลียนกันนั้นเป็นวัฒนธรรมที่มีมาช้านาน ภาษาฝรั่งเรียกแบบเท่ ๆ ว่า พารอดี้ (Parody) แต่นักเขียนบ้านเราก็ดัดแปลงไปมาเป็น “วรรณอำ” โดยจุดประสงค์ของการ ล้อกันเล่นนั้นก็เพื่อความขบขัน เสียดสี ท้วงติง ให้อารมณ์ดี บางทีก็ถากถาง และสร้างสีสันใหม่ ๆ ให้แก่งานเขียน (เพลง หรือภาพยนตร์ด้วย)
ประมาณช่วงทศวรรษ 60 งานพารอดี้ ขำ ๆ อำ ๆ แบบนี้ ถือว่าเป็นงานที่นักวิจารณ์กล่าวหาว่าหยาบช้า ทำลายต้นฉบับ ดัดแปลงและทำให้งานนั้น ๆ ต่ำลง จนกระทั่งเข้าสู่ยุคโพสโมเดิร์นช่วงปี 70 กลุ่มก้อนนักวิจารณ์เก่า ๆ แก่ตายกันไป ยุคนี้จึงมีการยอมรับงานประเภทนี้มากขึ้น เพราะเมื่อเข้าไปสังเกต การสร้างสรรค์แนว ๆ นี้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลยที่จะทำออกมาได้ดี มีความเคารพต้นฉบับอย่างสูง เพราะการจะล้อหรือดัดแปลงให้ผู้รับสื่อนั้นเข้าใจและขำไปกับงานแบบนี้นั้น ต้องสังเกตและเข้าใจตัวงานต้นฉบับอย่างสูงเลยทีเดียว เรียกว่า มั่ว ๆ ทำมาไม่มีทางรุ่งเด็ดขาด
ในภายหลังเรื่องเล่าหรืองานเหล่านี้ ก็แตกแขนงออกเป็นเรื่องที่ซับซ้อน หรือเป็น เล่าซ้อนเรื่องเล่า (meta fiction) และการเล่าแบบสหบท (inter textual) วรรณกรรมล้อจึงกลายเป็นงานที่มีแนวทางเป็นของตนเองมากขึ้น และโลดแล่นด้วยตัวเองได้ และแพร่หลาย อันเป็นเอกลักษณ์แบบใหม่ที่หลุดออกไปจากลักษณะแบบยุคโมเดิร์นโดยสิ้นเชิง
ส่วนในประเทศไทยที่กำลังจะเจริญใน 50 ปี 1000ปี นั้น (เล่นด้วย) มีการล้่อกันเล่นมาช้านาน โดยเฉพาะการล้อเลียงบทละคร หรือวรรณคดีชั้นสูงของไทยให้ลงมาเป็นระดับบ้าน ๆ เช่นเรื่อง “ระเด่นลันได” (ไม่เคยอ่านเคยฟังและได้ยินเบย) ที่ล้อเรือง อิเหนา ซึ่งในยุคต่อ ๆ มาก็มี “ฉันจึงมาหาความหงอย” ของไพบูล วงศ์เทศน์ “ไผ่ตัน” ของ สุจิตต์ วงษ์เทศ ล้อเลียนเรื่อง “ไผ่แดง” ของหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช และหลายเรื่องของ “หยอย บางขุนพรหม” (ศรีศักดิ์ นพรัตน์) เช่น “อยู่กับโก” ล้อเลียน “อยู่กับก๋ง” “เพชรพระอุเหม่” “แม่นาคพระโขนง ๗๘” เป็นต้น แต่ที่ยกมาแอดลิงไม่รู้จักนะ ที่พอจะเคยอ่านผ่านตามาบ้างก็เป็นเรื่อง “มาเฟียก้นซอย” ที่ล้อเลียน The God Father และอีกเรื่องก็ “ผู้ชายคนที่ตามรักเธอทุกชาติ พิมพ์ครั้งที่ 85” ของ วินทร์ เลียววารินทร์ ที่ยำใหญ่การล้อได้สะใจจริง ๆ
จะเห็นได้ว่างานล้อของคนไทยนั้นมีมากมายและเต็มไปด้วยอารมณ์ขัน เสียดสี ซึ่งเอาเข้าจริงก็เต็มไปด้วยความเคารพ หยิกแกมหยอกกันไปประสาคนไทยในแผ่นดินเดียวกัน และที่น่าสังเกตก็คือการที่ตัวเรา งานของเราถูกนำไปล้อเลียนนั้นแปลได้ 2 อย่างเลย คือ 1 เราดังมาก และ 2 เรากำลังโดนหมั่นไส้จ้า
ว่าแต่จะล้อเลียนล้อเล่นก็อย่าลามปามให้มากนะ บ้านเมืองมีขื่อมีแป ปั๊ดโธ่!
เดี๋ยวตบให้ต่ำตม 50 ปี 1000 ปี ซะเลยนี่
#หยอกครับหยอกอย่าทุ่มมาเลยโพเดี่ยม
#iMonkeyDailyTalk
#BOOKster

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s