ลืมตาตื่นอีกครั้งในเวลาอันสมควร

 

“ความแน่นอนหนึ่งเดียวในโลกนี้คือความไม่แน่นอน”

 

ประโยคเปิดจากเรื่องสั้นชื่อ “ในวันที่ประตูห้องแห่งความลับถูกเปิด” เกือบจะเป็นแก่นแกนหลักในหนังสือรวมเรื่องสั้น “ลืมตาตื่นอีกครั้งในเวลาอันสมควร” ของ ปองวุฒิ รุจิระชาคร และนั่นก็บอกเราไว้อย่างชัดแจ้งแล้วว่า คุณไม่มีทางรู้ จดจำ หรือคาดการอะไรได้แน่นอนหรอก…

ผลงานรวมเรื่องสั้นเล่มใหม่ของปองวุฒิเล่มนี้ เป็นการรวมเอาเรื่องสั้นทั้ง 12 เรื่องที่เล่าเกี่ยวกับความทรงจำอันเลือนราง เปราะแตก ปวดร้าว จุกแน่น แม้จะไม่อยากยอมรับ แต่ก็ต้องจำใจ ก้มหน้า สูดหายใจแล้วบอกตัวเองว่า ที่อยู่ในหนังสือนี้คือเรื่องจริง

ปองวุฒิ ขีดเขียนเรื่องสั้นแต่ละเรื่อง ร้อยเรียงด้วยความเข้าใจผู้คน สังเกตความรู้สึก จนทำให้ตัวละครที่เขาเขียนขึ้นนั้นมีมิติและมีชีวิต (แม้บางตัวจะไร้ชีวิตก็ตาม) มีลมหายใจ และเจ็บปวดกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ประดัง ถาโถมเข้ามา ค่อย ๆ คลานและรุกคืบความคิดทีละนิด ๆ จนเมื่อถึงจุดไคลแมกซ์ของเรื่อง ก็ทำให้ผู้อ่านดิ้นไปไหนไม่ได้ ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่เขาสร้างขึ้น เอาใจช่วย หวั่นไหว และแม้เรื่องสั้นนั้น ๆ จะปิดจบลงแล้ว แต่เรื่องราวยังวนเวียนอยู่ จนหลายครั้งผมไม่สามารถอ่านประโยคแรกเรื่องสั้นเรื่องต่อไปได้ เพราะมัวพะวง เป็นห่วง อับเฉา และใครครวญกัยเรื่องราวที่พึ่งอ่านจบไป

 

“หากชีวิตเป็นของเราจริง ๆ แล้ว ทำไมต้องทำให้พระเจ้าต้องรางเลือนในสิ่งที่เรากระทำด้วย”

คำถามที่ติดค้างและพยายามหาคำตอบหลังอ่านเรื่องสั้น “หลบเวลาสูญ” เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับคนสองคน แต่การด้วยเพาะบ่มผ่านกาลเวลา ตกตะกอนจนบิดเบี้ยวความเชื่อ เบียดบังความจริง จนกลายเป็นชุดทรงจำที่คอยบอกว่า “เขา” และ “เรา” เป็นคนอย่างไร เรื่องราวที่ผ่านไปแล้วนั่นเป็นเพียงเชื่อหรือมันเกิดขึ้นจริง แล้วความถูกอยู่ที่ใด ความผิดอยู่ตำบลไหน ไฉนเล่าทำให้ความคิดขอกทั้งเขาและเราผิดเพี้ยนไปมากเยี่ยงนี้ หากนี่เป็นเพียงความไม่จริงของสองคนยังจับจริงเท็จไม่ได้ แล้วอีกหมื่นพันที่พบพานเราจะเชื่อถืออะไรได้เล่า

เพราะเเม้แต่ความคิดและความเชื่อเราเอง ยังเชื่อไม่ได้…

 

 

อาจเป็นตั้งใจหรือเพียงเหตุบังเอิญ ที่รวมเรื่องสั้นชิ้นนี้มีเรื่องราวเกี่ยวกับจักรกล อนาคต และเทคโนโลยีบรรจุไว้อยู่มาก อาจเป็นกระแสที่ต้องจับ (ด้วยงานเขียนของปองวุฒิจะมีความร่วมสมัยอยู่สูง) หรือเป็นเพียงแค่ชิ้นงานที่ดี ได้รางวัลจึงบังเอิญถูกคัดสรรให้มาอยู่ในเล่มด้วยกันก็ตาม แต่นี่เป็นอีกหัวข้อหนึ่งที่นักเขียนสมัยนี้ควรให้ค่า ให้ราคา ดุจดั่งเมื่อร้อยปีก่อน ที่คนมักมองว่าการอ่านนิยายนั้นเป็นเพียงการประโลมโลก หลบลี้หนีความจริงไปวัน ๆ หากแต่ในที่สุด ก็เป็นที่ยอมรับนับถือว่า การอ่านเป็นรากฐานที่สำคัญ เช่นเดียวกัน ไม่นานเรื่องปัญญาประดิษฐ์ ก็กำลังสร้างความสำคัญเช่นเดียวกันขึ้น

แต่ที่เหนือกว่าการขีดเขียนจักรกลให้พบเจอได้มากมายในเล่มแล้วนั้น ลีลาการวาดอักษรในงานของปองวุฒิ ก็ปลุกเสกเหล็กแท่งแข็งทื่อ ให้เต็มไปด้วยจิตใจ ความรู้สึก และความรัก ไม่น่าแปลกใจเลยที่เรื่องสั้น “เสี้ยวบันทึกความทรงจำของจักรกลบกพร่องตัวหนึ่ง” จะเก็บกวาดรางวัลในการประกวดงานเขียนวิทยาศาสตร์ได้อย่างขาดลอย ด้วยความลื่นไหลของการเล่าและความน่าทึ่งในการตั้งคำถามกับความแปลกใหม่ที่กำลังจะอุบัติในเร็ววัน จนทำให้ผู้อ่านเริ่มเอนเอียงเข้าหาปัญญาประดิษฐ์ ประสมกับหวั่งเกรงหากจักรกลเหล่านี้ มีความคิดเช่นนี้ขึ้นมาจริง ๆ

 

 

นอกจากนี้แล้ว เรื่องสั้น “หุ่นครูขยับ” และ “ระดับชั้น” ก็เสียดสี บาดแทงการศึกษาบ้านเราได้อย่างเข้าถึง ตีแสกหน้าอดีตความเชื่อที่ตอนนี้ได้เติบโตกลายมาเป็นบรรทัดฐานได้อย่างเจ็บปวด ซึ่งจะว่าไปแล้ว ระบบระบอบความคิดการศึกษาและหลักสูตรการเรียนการสอนประเทศไฉน นั้น ยังเกื้อหนุนกัน ใช้ระบบเส้นสาย ถ่ายโอนทรัพย์สินอยู่มากมาย แช่แข็งและกดต่ำความคิดของเด็ก ๆ ยุคอนาคตของประเทศเฉกเช่นที่ทำกับรุ่นก่อนหน้าได้อย่างสมบูรณ์ (ฤ นี่จะเป็นอีกหนึ่งความแน่นอนบนโลกใบนี้)

 

เมื่อหน้าสุดท้ายของหนังสือรวมเรื่องสั้น “ลืมตาตื่นอีกครั้งในเวลาอันสมควร” ถูกปิดลง คงต้องบอกได้เพียงว่า หนังสือที่พึ่งปิดไปนั้นคล้ายการปิดประตูของเพื่อนบ้าน ทีละบาน ๆ เพราะชีวิตที่ถูกบรรจุในเรื่องเล่าแต่ละเรื่องนั้น ราวกับกำลังดำเนินต่อไปด้วยตัวของมัน ยังใช้ชีวิตของพวกเขาต่อไป วันหนึ่งเราอาจแวะไปดูความเคลื่อนไหว สอบถามสารทุกข์สุกดิบ หรือเขาเหล่านั้นอาจจะมาเคาะบ้าน ยื่นข้าวแดงแกงส้มและผลไม้ที่เตรียมมา แบ่งกันกิน พูดคุย ยิ้มหัว และเติบโตไปในที่ในทางของตัว

 

ไม่กี่ครั้งที่จะมีหนังสือรวมเรื่องสั้นที่ตั้งคำถามกับเราได้ในทุก ๆ เรื่องเช่นนี้ มีชีวิตเช่นนี้ สร้างความสุข เศร้า สงสัย และรางเลือนทรงจำเราได้เช่นนี้ เชื่อว่าผลงานชิ้นนี้ของ ปองวุฒิ ได้ขีดเส้นมาตรฐานงานที่เรียกว่า “ดี”ให้นักเขียนคนอื่น ๆ ได้พัฒนาฝีมือตนเองขึ้นไปอีก

เช่นเดียวกัน ในความรู้สึกส่วนตัว ก็อยากขอบคุณผลงานเล่มนี้ที่เห

มือนจะปลุกบางอย่างในตัวผมขึ้นมา และผมหวังว่ามันจะเป็นการ “ลืมตาตื่นอีกครั้งในเวลาอันสมควร” ของตัวผมเอง

 

-แด่มนุษย์ทุกคนที่ล้วนถูกการเวลาและการเปลี่ยนแปลงยั่วล้อ-

.

.

หนังสือ : ลืมตาตื่นอีกครั้ง…ในเวลาอันสมควร
ผู้เขียน : ปองวุฒิ รุจิระชาคร
สำนักพิมพ์ : แพรว

 

imonkey 14.7.17

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s