สูญสิ้นความเป็นคน : หม่น เหงา ซึมเศร้า และสูญสลาย

 

นี่เป็นหนังสือที่มีตัวละครหม่นเศร้าจนตัวเอกต้องพยายามฆ่าตัวตาย…

ผมวางหนังสือ “สูญสิ้นความเป็นคน” ที่พึ่งอ่านจบไป ตัวละครยังยิ้มขื่นอยู่ในหัว ความเจ็บปวดยังซ่านพล่านอยู่ในกระแสคิด แต่ “โยโซ” ก็ยังยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ -ตลกเหลือเกิน- หากแต่ความตลกนั้นเป็นความตลกที่บิดเบี้ยว ร้าวลึก อีกทั้งยังทับซ้อนกับใบหน้าเหม่อลอยของ “ดะไซ โอซามุ” ผู้เขียน

ใบหน้าของชายที่อัตวิบาบากกรรมสำเร็จในครั้งที่ 4

 

“สูญสิ้นความเป็นคน” หนังสือกึ่งอัตชีวประวัติของ ดะไซ เล่มนี้ ว่ากันด้วยเรื่องราวการเติบโตของ โยจัง หรือ โยโซ ที่สูญเสียศัทธาในความเป็นคนตั้งแต่เยาว์วัย ต้องหลบซ่อนความรู้สึกและทำตัวให้เป็นไปตามความคาดหวังของผู้อื่น เก็บกักความรู้สึกขอตน ไม่กล้าแม้เพียงจะบอกพ่อว่าตนอยากได้ของเล่นชิ้นไหน ต้องแกล้งกระโดดโลดเต้นดีใจกับหัวสิงโตที่ตนไม่ต้องการเลย

เพียงเพื่อให้พ่อของตนมีรอยยิ้ม…

 

เรื่องราวเป็นบันทึกที่ถูกส่งให้มาดามเจ้าของบาร์ ก่อนถูกอ่านโดยนักเขียนและนำมาเผยแพร่ แบ่งออกเป็น 3 ช่วงชีวิต วัยเด็ก วัยรุ่น และวัยแห่งความหนุ่มแน่น โดยมีรูปถ่ายของโยโซแนบประกอบ

รูปที่มีรอยยิ้มอันแสนหดหู่

3efbca_f790fe72e13b425fb2167d69f328a47b-mv2

โยโซ อยู่ในบ้านที่มีพ่อเป็นนักการเมือง มีฐานะที่ดี แต่เขากลับรู้สึกแปลกแยก และรังเกียจความเป็นคนที่น่าขยะแขยงของเหล่าคนงานชายหญิง พี่น้อง หรือแม้กระทั่งพ่อของเขา

โยโซมีความฉลาด สังเกตสังกาความโหดร้ายและการปั้นหน้าของมนุษย์ และด้วยความที่เขาฉลาดพอนั่นเอง ทำให้เขาไม่แสดงท่าทีขับไล่สิ่งเหล่านั้น แต่เขากลับเรียนรู้ที่จะ “ปั้นหน้า” ของเขาเอง ส่งต่อไปให้ผู้อื่นและชันเข่ายืนหยัดอยู่ในแวดล้อมอันแสนน่ารังเกียจของเขาต่อไปได้

จนวัยรุ่นเขาย้ายไปเรียนที่อื่น ที่ ๆ ทุกคนยินดีและเขาก็ปั้นหน้ายินดีต่อไม่ตรีอันนั้น ไปอยู่กับญาติที่บ้านใกล้โรงเรียนและชายหาดที่ถูกปกคลุมด้วยกลีบซากุระ

ช่างเหมือนกับชีวิตโยโซนัก ชีวิตที่มีจิดใจอันหม่นเเศร้า แต่ก็ถูกปกคลุมด้วยิ้มอันแห้งแกนของเขาเอง

“แกล้งทำใช่ไหม” เสียงของทาเคอิชิ เพื่อนขี้โรคและผลการเรียนบ๊วยในห้องทักเขาในวันที่เขาแกล้งล้มให้เพื่อน ๆ หัวเราะ คำพูดนั้นทำให้เขาเหมือนถูกตบหน้า ความสามารถในการพลางตัวถูกจับได้ ราวกับตกลงในหุบเหว แม้โยโซก็ฉลาดพอที่จะเปลี่ยนแปลงเหตุการณ์ แต่นั่นก็ทำให้เขารู็ว่า มนุษย์น่ากลัวเพียงใด…

ย่างเข้าวัยรุ่น เขาสอบเทียบเข้าโรงเรียนมัธยมปลายได้ตามความตั้งใจของพ่อ ทั้ง ๆ ที่ตนอยากเข้าโรงเรียนศิลปะแต่ความ “บกพร่อง” ของเขาเองที่ทำให้ไม่กล้าแม้จะเรียกร้องชีวิตของตนเอง และนั่นก็เป็นจุดเปลี่ยน เขารู้จักกับฮิโรกิ ผู้พาเขาออกท่องโลกกว้าง ด้วยสัมพันธ์แบบผิวบาง เขาหยิบยื่นกระเป๋าเงินให้เพื่อนใหม่และโลดแล่นไปในทางสายสีดำ ทั้งเหล้า ยา โสเภณีและองกรณ์ผิดกฏหมายฝ่ายซ้าย มาร์กซิสต์ ถูกประเคนมาให้เขา จนท้ายที่สุด ก็เป็นเขาเองที่ต้องรับผลกรรมจากการกระทำของตัวเอง

ความคิดที่มืดมนกว่าเดิมทำให้ชีวิตเขาเองน่ารังเกียจ (ตามคำกล่าวของเขาเอง) เขาต้องออกจากโรงเรียน อยู่ไปวัน ๆ ด้วยการเกาะผู้หญิงกิน (เป็นพรสวรรค์ที่น่าขันยิ่งนัก) แม้เขาจะพยายามต่อต้าน แต่เขาก็ไม่อาจสู้ความบัดซบของตัวเองได้ ไหลไปตามกระแสความคิดต่ำเลว ผู้หญิงมากมายเข้ามาในชีวิต แต่เมื่อมีสักคนที่คิดจะปลุกเขา ฉุดดึงเขาจากตัวตน

เขาก็จะจากพวกเธอไป

 

“พระเจ้าตอบข้าเถิด การไม่ต่อต้านเป็นบาปด้วยหรือ”

คำถามสุดท้ายที่ยังดังก้องเมื่อหน้าสุดท้ายของหนังสือถูกปิดลง คำถามจากชีวิตชายคนหนึ่งซึ่งต้องทุกทรมานกับตัวตนที่น่ารังเกียจของตัวเอง

แม้ในนิยายจะเพรียบพร้อมไปด้วยความเจ็บปวด แต่ชีวิตของโอซามุเองรวดร้าวไม่ต่างกัน ซึ่งที่จริงแล้ว น่าจะเป็นชีวิตเดียวกัน ต่างกันเพียงรายละเอียดเล็กน้อย มันเป็นความเจ็บจุก ที่ได้รับรู้ความคิดของเขา

การพยายามฆ่าตัวตายพร้อมกับหญิงในบาร์เหล้า แต่ผลที่ออกมาคือฝ่ายหญิงตายแต่เขากลับรอด ยิ่งสร้างความปวดร้าวให้เขา จนกระทั่งเขาเข้าสู่วงการวรรณกรรม สิ่งเดียวที่ยังพอยึดโยงเขาไว้กับโลกฟกช้ำใบนี้

ความเป็นคนของเขาค่อย ๆ พังพาบลงที่ละน้อย แม้เขาจะมีผลงานเป็นที่ยอมรับ แต่นั่นไม่ได้ทำให้หัวใจที่ต้องการโดนฆ่าสูญหายไปเลย แต่สิ่งที่น่าแปลกที่ผมได้จากหนังสือเล่มนี้กลับไม่ใช่ความหดหู่ที่อยากพาตนเองหายไปจากโลกบ้าง แต่มันกลับสร้างพลังบางอย่าง ที่บอกให้เรารับรู้ว่าโลกสวยงามเพียงใด ให้รับรู้ว่ายังมีคนเจ็ปปวดกว่าเรามาก แม้ดะไซเองจะฆ่าตัวตายเช่นผู้แพ้ แต่สิ่งที่เขาทำให้เราเห็นกลับเป็นการพยายามมีชีวิตอยู่แม้จะเจ็บปวดสักเท่าใดก็ตาม เป็นหนังสือของคนฆ่าตัวตายที่ทำให้เราอยากมีชีวิตอยู่

“สูญสิ้นความเป็นคน” เป็นหนังสือที่ให้ได้รับรู้ความเป็นคน

ได้ทบทวนว่า เรายังหลงเหลือความเป็นมนุษย์อยู่อีกสักเท่าใด

iMonkey

8.7.17

 

 

 

เนื้อเรื่อง จุดเด่น จุดด้อย

ภาษาการบบรยาย

ได้ไม่ได้อะไร

และประวัติของโอซามุ

 

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s