ราโชมอน

1

พึ่งมีโอกาสได้อ่านราโชมอนจบไป เป็นบทละครของท่าน คึกฤทธิ์ ปราโมทย์ เท่าที่อ่านก็ให้ข้อคิดเยอะพอควรนะ ทั้งกลิ่นอายของยุคสมัย ความเชื่อ โชคลาง ผีสาง ระบบศาส การไต่สวน มุมมองความคิดของคน วิถีชีวิต ชนชั้น หน้ากาก การตัดสินคนจากภายนอก

ซึงก็ไม่แปลกใจที่เป็นเรื่องเล่าที่สืบทอดต่อกันมาเป็นพันปี

เล่าสั้น ๆ ละกัน ราโชมอน แปลว่า ประตูผี ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุ เรื่องทั้งหมดในเรื่องเป็นเรื่องเล่า โดยเหตุการณ์หลักเป็นเรื่องของพระที่ตัดใจที่จะสึกรูปหนึ่ง กับคนตัดฟืนที่พยายามเกลี่ยกล่อมไม่ให้พระสึก สาเหตุที่พระจะสึกนั้น เป็นเพราะไม่สามารถตัดสินเรื่องที่เกิดขึ้นในศาลเมื่อวันก่อนได้

โดยมีคดีฆ่าคนตายเกิดขึ้น โดยผู้ต้องสงสัยเป็นโจรร้ายที่รู้จักกันดี มีสตรีที่เป็นภรรยาของผู้ตาย ในชั้นศาลการไต่สวนดำเนินไป แต่ผู้ให้การแต่ละคนกลับให้การไปคนละทิศละทาง บ้างก็ว่าโจรร้ายเป็นผู้ลงมือ บ้างก็ว่าภรรยา บ้างก็ว่าเป็นการฆ่าตัวตาย แม้กระทั่งตัวผู้ตายเอง (ถูกร่างทรงเชิญมา) ก็ให้การไปอีกอย่าง สร้างความประหลาดใจแก่ผู้คนมาก ๆ

เอาเป็นว่าพล็อตประมาณนี้ ไปหาอ่านกันดู สนุกดีนะ สั้น ๆ

อ่านจบแล้วอยากไปดูหนังด้วย ดัดแปลงมาจากนิยายเรื่องนี้แหละ ชื่อว่า “อุโมงค์ผาเมือง” น่าสนุกนะ เดี๋ยวดูจบจะมารีวิว

rc.jpg

2

ช่วงนี้อ่านหนังสือน้อย เขียนถึงหนังสือน้อย งานบล็อก เรื่องสั้นต่าง ๆ น้อยลงไปมาก ใช้โซเชี่ยลเยอะขึ้น ทั้ง ๆ ที่ไม่มีความจำเป็นอะไร น้ำหนักก็ขึ้น รู้สึกถึงความสัมพันธ์กันแปลก ๆ ระหว่างการออกกำลังกายกับผลงานของตัวเอง ช่วงไหนที่ออกกำลังกาย จะพบว่าตัวเองมีเรื่องเขียนเยอะ อาจเพราะระหว่างออกกำลังกายได้ฟังข้อมูลต่าง ๆ ผ่านทางยูทูป พ็อดแคสต์ต่าง ๆ และไม่ต้องจับเจ่าหน้ามือถือ สงสัยคงต้องกลับไปออกกำลังกายบ้างแล้ว

นี่ก็ผ่านมาครึ่งปี วางเป้าว่าจะเขียนบล็อก 200 ตอน ซึ่งตอนนี้ก็ไม่ถึงไหน สงสัยต้องรื้อหนังสือมารัีวิวกันบ้างแล้ว

 

3

ธุรกิจที่ตั้งใจ ตอนนี้ล้มพับไปแล้ว เพราะสินค้าที่จะขาย ลองกินแล้วไม่ ว้าว ไม่อร่อย เราไม่อร่อยคนอื่นก็ยาก ราคาก็สูง คงเดินไปด้วยกันลำบาก ค่อย ๆ คิดหาสินค้าใหม่ เทรยด์ต่าง ๆ

ความคิดเรื่องตึก ที่อยู่ก็ค้างคาอยู่ไม่ได้ไปไหน ไม่ได้คืบหน้าอะไร ไม่ได้ลงแรงเหมือนตอนแรกที่ตั้งใจ ยิ่งเวลาผ่านไป ไฟที่มีก็มอดลง ดับลงเรื่อย ๆ ไม่เริ่มลงมืออะไรเลย แบ่งเวลาตัวเองไม่ถูก

เฮ้อ อ่อนจริง ๆ

 

4

กลับมาที่ราโชมอน ข้อคิดที่สำคัญที่สุดที่ได้รับคือ ไม่ว่าจะฟังคนอื่นมากแค่ไหน เสียงหัวใจที่แท้จริงของตนเองต้องชัดเจนด้วย กล้าที่จะเล่าเรื่องจริงของตัวเอง เพราะเรื่องเล่าของคนอื่นคือเรื่องเดียวกันแต่มุมมองของคนอื่นนั้น มักเคลือบไปด้วยผลประโยชน์ของคน ๆ นั้นเสมอ…

 

 

บ่นไปอีกวัน

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s