ดีขึ้น

“บางเรื่องถ้ามันเศร้ามากก็อย่าบันทึกมันเลย” หนอมบอกวันที่เขียนเรื่อง “ปืนของเชคอฟ” ที่จริงก็ไม่ได้อยากทำดราม่าขนาดนั้นนะ ต้องการบอกว่า ชีวิตเราพูดเยอะ ประกาศเรื่องทำมากมายแต่ไม่ได้ทำจริง ๆ เหมือนความรุ่มร่ามในนิยาย หากไม่ได้ยิงก็อย่าเขียนปืน ตามทฤษฎี “ปืนของเชคอฟ” นั่นแหละ เพียงแต่เขียนๆผเขียนมามันลงตัวดราม่าเท่านั้นเอง -ฮา-

ตอนนี้เวลาจะประกาศอะไรออกไป คิดแล้วคิดอีกว่าจะทำได้ไหม ถ้าไม่ได้ก็พยายามจะไม่พูดไม่สัญญา แต่จะไม่พูดเลยก็คงไม่ได้ได้ จะกลายเป็นคนไร้เป้าหมาย และคนข้างกายก็คงเป็นห่วง เพราะไม่รู้ว่าเราคิดอะไร อยากทำอะไร ต้องบอกเรื่อย ๆ ถึงหลักไมล์ที่ใกล้ ๆ ให้เขาร้ว่าเราอยู่ในทาง อยู่ในแผน ไม่โป้งป้าง บอกที่หมายอยู่ปลายฝัน ให้มันดูไกล ซึ่งนอกจากจะยังไม่ได้อะไร ยังกลายเป็นละเมอเพ้ออีกในบางโอกาส ถ้าเป็นคนอื่นว่าเราเพ้อก็ช่างมัน แต่ถ้าคนในครอบครัวหรือคนที่รักเราเห็นว่าเราเพ้อ นั่นเป็นสัญญาณไม่ค่อยดีหรอก

“ชีวิตช่วงนี้ลงตัวนะ พอไปได้” สิ่งที่บอกพ่อบอกแม่ ก็เป็นอย่างนั้นแหละ ภรรยาขายของได้ (ออกจะบ้าขายของมากกว่าเป็นห่วงสามีด้วยซ้ำ) ซึ่งก็ดี เพราะตามที่เราวางแผนไว้เงินเดือนเราครอบคลุมการใช้หนี้และกินอยู่ เงินที่ได้มาของแฟนคือเงินเก็บและรางวัลที่จะพาลูกไปกินไปเที่ยวอะไรดี ๆ บ้างในแต่ละเดือน

กิจกรรมในแต่ละวันตอนนี้ก็ง่าย ๆ ตื่นตี 5 เขียนงานสักงาน บทความบ้าง บล็อกบ้าง 6.30 ปลุกลูกเมียเริ่มแต่งตัวเตรียมไปโรงเรียน เราหุงข้าวบ้าง ทำกับข้าวบ้าง สลับกับเมียที่จัดการลูก เปลี่ยนกันไปมา รีดผ้าแต่งตัว ป้อนข้าวไปส่งจบตอน 8.00 กลับมาถ้ามีงานเล็ก ๆ น้อยก็ทำก่อนเข้างาน ตอนเย็นสิเป็นเวลาที่รอคอย ลูกกลับมามันก็จัดการกดเกม PS4 ที่ซื้อมา ส่วนเราก็ทำงานเลิกมาทุ่ม นั่งเล่นกับเขาสักชั่วโมง พยายามทำให้ได้

หลาย ๆ คนอาจคิดว่า “มึงไม่มีเงิน มึงซื้อมาทำไม” ที่จริงก็ไม่อยากเถียงอยากอ้าง การที่เราไม่มีเงิน จำเป็นไหมต้องไม่มีความสุข ผมคิดว่ามันคนละเรื่องนะ ผมซื้อมาด้วยเงินผ่อน 0 % จากบัตรเครดิต นั่น! ยิ่งดูถลำลึกเข้าดงหนี้ แต่มันเป็นหนี้ก้อนเดียวในบัตรเครดิตที่ผมมี และผมก็หาจ่ายได้ เดือนละพันนิด ๆ คิดคำนวน (อาจมีเข้าข้างตัวเองแหละ) ว่าทำงานเพิ่มจากที่ทำอยู่ได้ ตกวันนึง 40 บาท (วันละบทความส่งเว็บ) ใช้เวลาประมาณ 30 นาที แต่ผมมีความสุขและกิจกรรมเพิ่มกับลูกวันละ 60 นาที

ทุกวันนี้กลับบ้านมาผมก็มาคุยกับเขาว่าเล่นถึงไหน ที่จริงแล้วเขาก็เล่นไปไม่ได้ถ้าขาดผมที่คอยบอกเนื้อเรื่องทางเดิน วางแผนช่วงกัน ทำให้คิดย้อนไปเลยว่า ตั้งแต่เด็ก ๆ เรามีกิจกกรรมอะไรที่ได้ทำกับพ่อบ้าง มันน้อยนิดเหลือเกิน เชื่อสิว่ามีไม่กี่อย่าง (เล่นเกมเป็นหนึ่งในนั้น แม้มันจะสั้น ๆ ก็ตาม) รู้สึกดีนะ ถ้าจะให้พาลุยป่าลุยดงเหมือนตอนเราเด็ก ๆ คงยากหน่อย โลกมันเปลี่ยนไป กิจกรรมอื่น ๆ เราก็ทำ อ่านหนังสือ บวกเลข สอนการบ้าน ผมคิดว่าทำครบนะ แล้วเชื่อไหมตอนเล่นเกมด้วยกัน ผมสอนภาษาและสอนบางอย่างที่เกมสะท้อนออกมาได้ด้วย สรุปคือ 2 ย่อหน้าที่ผ่านมาคือการแก้ตัวว่าเราซื้อเกมมาทำไม -ฮา-

 

โอเคแหละ ทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทาง

ถึงแม้ยังไม่มั่งคง แต่ก็ถือว่าเริ่มได้ดี…

 


^^

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s