ปนเป

 

mike-petrucci-57647.jpg

มีความรู้สึกอยากเขียนอะไรยาว ๆ เช่นไอเดีย ความรู้สึก ประเด็นที่ตัวเองกำลังเผชิญ แต่เมื่อจรดแป้นพิมพ์สิ่งเหล่านั้นกลับวิ่งวนไปทั่ว จับต้นชนปลายไม่ถูกสับสน เคยถูกสอนมาว่า ถ้าไม่รู้จะเริ่มอะไร ให้แบ่งซอยออกเป็นเรื่อง ๆ เอาที่คิดได้ก่อน เอาให้จบ ให้สุด แล้วจะเหลือพื้นที่ว่างในสมอง เรื่องอื่น ๆ จะค่อย ๆ ขยายใหญ่ จากพื้นที่ของเรื่องที่ถูกกล่าวไปแล้ว

งั้นมาลองกัน


 

1 ธุรกิจ

ธุรกิจ ตอนนี้กำลังติดต่อเรื่องของซื้อทุเรียนฟรีซดราย ในใจอยากลองสัก 200 ห่อ แต่ต้นทุนก็โขเหมือนกัน ลึก ๆ ในใจคิดว่าน่าจะขายได้ หาตัวแทนขายส่งเป็นล็อต ๆ เพราะถ้าหากไม่เล่นที่ละ 200 ห่อก็ไม่คุ้มกับ Packaging ที่จะต้องลงทุน ของมีอายุประมาณ 1 ปี ขี้เหร่ เดือนละ 15 ห่อ คงได้อะนะ

ไม่ดิ้นรนก็อยู่ไม่ได้ วางแผนแตกไลน์ใหญ่อยู่ แต่ก็ต้องใจเย็น มี 2-3 อย่างให้ต้องคิด

1 ระบบการขาย คงมีแบบปลีก และส่ง อาจต้องวิเคราะห์กันอีกที

2 Packaging อยากทำสวย ๆ ทำเป็นกล่องห่อหุ้ม แต่น่าจะวุ่นวาย ไม่มีทุนในการออกแบบมากนัก คงต้องทำสติ๊กเกอร์ติดไปก่อน แต่ก็อะนะ ไม่ชอบเลย มันไม่สวย คิดว่าหีบห่อบรรจุภัณฑ์สำคัญน่าดู ความประทับใจแรกเห็น พื้นผิวสัมผัส แต่ก็อดใจเอานะ

3 การตลาด คงทำเพจขึ้นมา ไม่แน่ใจว่าสามารถทำเว็บได้หรือไม่ น่าจะได้นะแต่คงเป็นเว็บที่นำเสนอข้อมูล กึ่ง ๆ บล็อกมากกว่า ต้องดูเนื้อหา ปรึกษา โสภณ กับ บิวอีกที ค่อย ๆ เขียนเนื้อหาลงวันละตอนสองตอน ลงเพจด้วย เอาคาแรคเตอร์แบบวัยรุ่น ไม่ฮาร์ดเซล ก็น่าจะพอไปได้ ระยะยาว ก็คงมีการโปรโมท ส่งไปให้ทีม Bookster รีวิว ให้เบียร์ กับ โสภณ ช่วยถ่ายรูป คงพอจะได้ภาพสวย ๆ ต้นทุนไม่สูง (เอาโปรดักซ์แหละจ่าย ถ้าขายดีจะจ่ายงาม ๆ นะครับ (T . T))

4 หุ้นส่วน คิดว่าอยากมีหุ้นส่วนนะ แต่ไม่รู้ว่าจะดีหรือไม่ดีแค่ไหน เรื่องธุรกิจกลัวเป็นประเด็น เสียเพื่อเพราะธุรกิจมีแต่ไม่คุ้ม เอาเป็นว่าลองทำเองดีกว่า หุ้นส่วนก็คุณชีที่นอนตื่นเก้าโมงทุกวันนั่นไง

สรุปคือ ไม่รู้ว่าตลาดนี้เป็นอย่างไรนะ ในโลกที่ธุรกิจสามารถเกิดได้ง่าย เช่นกันการดับก็ไม่ต่าง คงเหมือนจุดเทียนให้วูบวาย จะหาความอบอุ่นคงยากหากไม่ตั้งใจพอ ก่อฟืน ขุดหลุม ประคบประหงมด้วยความเอาใจใส่ คิดไว้ว่าไม่มีอะไรง่าย งานขายในยุคนี้ยิ่งยาก ความพอดีมันเป็นเส้นบาง ๆ มากไปก็ไม่มีใครสน น้อยไปก็ไม่มีใครรู้จัก รักมากก็เจ็บมาก ไม่รักก็เจ็บปวด แต่ทุกอย่างเป็นการเรียนรู้

สู้ ๆ นะ


 

2 งาน

มีบางอย่างที่ทำให้รู้สึกไม่ดี แต่ตอนนี้เข้าใจแล้ว บางทีการทำงานมันก็คงมีบ้าง ยิ่งทำงานกับคนที่มีกำแพง หรือบางทีก็อาจเป็นกำแพงของทั้งสองฝ่าย ไม่เป็นไร ยึดหน้าที่ให้เป็นหลัก หากไม่ได้ก็ว่ากันตามกฏระเบียบ ง่ายดี ความรู้สึกก็เป็นเพียงความรู้สึก ผลลัพท์ต่างหากที่ชี้วัดตัวคน ตัวเลขเป็นศิลปะชั้นสูง คนเขลาเท่านั้นที่เอาอารมณ์มาอยู่เหนือตัวเลข ความรักอาจชั่งเป็นน้ำหนักไม่ได้ และชีวิตอาจไม่สามารถวัดความสูง

แต่จำนวนของผู้ที่คิดถึงเรา เข้าใจเรา และพูดคุยกับเราก็บอกก็ราเป็นนัยได้ว่า เราเป็นคนเช่นไร

ที่เหลือก็ช่างแม่ง!

ทำหน้าที่ของเราก็พอ (ว่าแต่ทำไรดีวะ)

 


 

3 งานเขียน / อ่าน

ตอนนี้กลายเป็นสล๊อทจอมขี้เกียจ ไม่อ่านไม่เขียน ไร้พล๊อต ไร้แรงจูงใจ อยากเขียนแค่ไดอารี่ กับบทความที่รับมา นอกนั้น เป็นเนือย ๆ ไม่ใช่ไม่มีเวลานะ แต่ก็บ้าเปิดแต่โซเชี่ยล อยากคุยกับคนนั้นคนนี้ เหมือนคนบ้านขาดแรงใจ อยากได้คำปลอบโยน อยากบ่นด่าสิ่งรอบข้าง เฮ้อ สันดานไม่ดีเลย

พรุ่งนี้ (จริง ๆ ) จะตื่นมาฟื้นสิ่งที่ค้างคา สัญญาว่าจะเขียน อ่านอย่างเป็นนิสัย ทำงานที่คั่งค้างให้เสร็จ

คิดถึงงานทีไร คำพูดหนอมโผล่มาหลอนทุกที

“งานที่ดีคือเสร็จ งานไม่เสร็จหรือเสร็จไม่ตรงเวลา ดีแค่ไหนก็กลายเป็นขยะ เป็นสิ่งที่ไร้ค่า มีไม่กี่งานที่เสร็จตอนไหนก็ได้ แต่คนที่ทำได้มีไม่กี่คน”

 


 

“ผลลัพท์คือทุกอย่าง เหยียบสิ่งที่ไม่จำเป็น เขี่ยมันออกไปให้พ้นทาง แล้วเอาความสำเร็จเขวี้ยงหน้ามัน อดใจรอให้ถึงวันนั้น แล้วขี้ปาก กับสายตาถากถางจะหายไปเอง ก้าวร้าวบ้าง ให้มันรู้ว่าเราไม่ยอม”

 

 


2.5.17

 

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s