ของ ของ เรา

 

วันนี้มีอาการขี้เกียจเกาะกินมาตั้งกะเมื่อวานตอนเย็น เลยทำการดองงานที่ต้องส่งตั้งแต่เมื่อวานแล้วมาปั่นเอาเช้าวันนี้ ไม่ใช่งานยากอะไรเลยคิดว่าทำตอนเช้าก็ได้ ส่งก่อนเก้าโมง สรุปจบคือเสร็จตอนเก้าโมงสิบก่อนจะส่งอย่างลนลาน 

 

สี่ห้าวันหลังมานี่มีงานเขียนบทความเชิงข่าวประจำวัน วันละบทซึ่งแรก ๆ ก็ยากนะกว่าจะรวมข่าวจากหลาย ๆ ที่ก่อนจะมาย่อยเเล้วเขียนด้วยภาษาตัวเอง ส่งไปถูกผิดไม่รู้ ไม่มีฟีดแบ็กอะไรกลับมา แต่ก็สนุกพอควร จนเมื่อเข้านี้เข้าไปเว็บไซต์ที่เราส่งงานนั่นแหละ เห็นงานที่เราเขียนส่งเริ่มลงเราก็ดีใจเปิดอ่าน พบว่าก็มีการพิมพ์ผิด (ถือว่าเป็นลายเซ็นลิงเลย) แต่โดยรวมก็อ่านสนุกนะ และแอบดีใจที่มีงานลงตามเว็บไซต์

 


 

เช่นกัน สองสามวันมานี่ก็มีเรื่องให้ถกเถียงกับภรรยาสุดที่รักอย่างเรื่องการใช้ชีวิต การแบ่งเวลา และการอยู่ร่วมกัน บางเรื่องก็เฮฮา บางอย่างก็มีน้ำตากันไป ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้ ปรับแก้กันไป ไม่มีอะไรสมบูรณ์ตั้งแต่ต้น ทุกคนเว้าแหว่งและขาดวิ้นกันทั้งนั้นแหละ และการเดินด้วยกันก็เป็นไปได้เสมอว่าเราจะต้องหมั่นเติมเต็มกัน ช่วยเหลือกัน บางส่วนที่ขาดเหมือนกันก็ต้องให้กำลังใจและช่วยพัฒนากันให้เกิดความสมบูรณ์ในความเป็นเรา

 

simon-launay-236262

 

และที่สำคัญได้เรียนรู้จริง ๆ เสียทีว่าการอยู่ร่วมกันไม่ใช่การคิดเห็นเหมือนกัน ไม่ใช่การโยนความเป็นตัวเราไปให้คนอื่น ซึ่งมาคิด ๆ ดูเราก็เป็นคนที่ค่อนข้างจะบอก กึ่งแกมบังคับและกดดันให้คนรอบข้างทำตามที่เราพูดและแนะนำมากพอคร ไม่ได้มองถึงความเป็นเขา และถึงแม้จะมองว่าเป็นเขาในบางเรื่องก็ตาม ก็ยังมองว่าเขายังขาดประสบการณ์หรือยังมีสิ่งที่ต้องปรับปรุงเยอะ เรามักจะมองเขาจากมุมสูงกว่าเ หนือกว่าเสมอ เหมือนผู้ใหญ่มองเด็ก จนเกิดกรอบกั้นบางอย่างไม่ให้เขากล้าเผชิญหรือกล้าทำอะไร หรือหากจะทำอะไรจริง ๆ ก็มักเคลือบด้วยสายตาหวาดกลัวเวลามองกลับมาที่เรา

 


 

เมื่ออ่านข่าวที่ตนเองเขียนในเว็บไซต์แกมอมยิ้มแล้ว ย้อนกลับไปที่บรรทัดแรก สิ่งที่ถูกตีพิมพ์หลังคำว่า Author คือชื่อคนอื่นที่ไม่ใช่ชื่อเรา แว่บแรกของอารมณ์คือความแสบในใจ ความรู้สึกของการถูกกระชากความเป็นตัวตนออกไป แม้ลึก ๆ จะทราบดีว่าบทความนั้นถูกขายไป (ที่จริงต้องเรียกว่าถูกจ้างเขียน) ผู้ซื้อนั้นมีสิทธิที่จะทำอะไรก็ได้ เป็น ของ ๆ เขา ไม่ใช่ ของ ๆ เรา เสียแล้ว

แต่ความรู้สึกที่ตัวตนของเราถูกทุบทำลายไปสิ้นนั้นยังอยู่ แม้เป็นเพียงการนำข่าวที่มีทั่วไปมานำเสนอในรูปแบบของเราแบบง่าย ๆ แต่ความรู้สึกผูกพันยังมี เหมือนปล่อยสิ่งที่ฟูมฟักมาให้หลุดมือไปเป็นของคนอื่น คิดแล้วก็เกิดอาการใจแป้ว เหมือนกัน

แต่เมื่อนั่งมองมันสักพัก ก็พอจะทำใจได้และคิดว่าเป็นการปล่อยมันไปให้เติบโต ปล่อยให้เป็นเรื่องของธรรมชาติ เป็นการเกิดขึ้น คงอยู่และดับไปตามวัฏ เราไม่มีทางปล่อยให้ตัวตันของเราอยู่ได้ในทุกอย่าง แม้สิ่งนั้นจะถูกประกอบสร้างจากความคิดของเรา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเรา ไม่ใช่ทั้งหมด มันเติบโตได้ เปลี่ยนแปลงได้ และสูญสลายไปได้

 

jakob-owens-225911

เหมือนกับการใช้ชีวิตคู่และครอบครัวนั่นแหละ เมื่อปล่อยวางได้ ให้เขา (ทั้งลูกและภรรยา) ได้เติบโตในทางที่ควรจะเป็น ไม่บังคับ คาดหวัง และหน่วงเหนียวด้วยการใส่ความเป็นเราเข้าไป หยุดยั้งโลกที่หมุนไปด้วยความคิดดักดานและประสบการณ์อันอ่อนด้อยของเรา หัดปล่อยให้เขาคิดและทำอย่างที่เขาต้องการ

การเจ็บปวดจะทำให้เขาโตเหมือนที่เราโต ความห่วงใยและอาวรณ์ของเราที่ครอบเขาไว้ใช่ว่าจะสร้างผลดีได้เสมอ

ลูก ๆ ก็เช่นกัน ให้เขาได้วิ่งเล่น ปีนป่าย ตกหล่นและถลอกปอกเปิกเสียบ้าง ไม่ดูแลให้มากจนเขาไม่ต้องทำอะไรและไม่น้อยไปจนเขาเดินไปไหนไม่ได้ อย่างนี้น่าจะดีต่อทุกฝ่าย เราก็พอจะมีเวลาไปมุ่งตามเส้นทางที่จะเดิน ไปได้ที่ ๆ อยากจะไปได้บ้าง

 

เพราะความคิดเราใส่เข้าหัวใครไม่ได้ และการยึดติดมากไปคือความลำบาก ทุกข์ตรม ใช้ชีวิตด้วยการผสมสิ่งต่าง ๆ อย่างพอเหมาะ แม้จะไม่รู้ว่าพอเหมาะนั้นแค่ไหน แต่การระรึกและรับฟังความตั้งใจหรือเสียงของคนอื่นบ้างก็อาจทำให้รู้ว่าเวลานี้ความเค็มหรือหวานมากไป หรือบางช่วงมองทางไหนก็มีแต่ความขม แล้วเติมสิ่งที่หายไป ขาดไป ลงในชีวิต

เพื่อให้เดินต่อได้ และรู้ว่าความรัก กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องไม่ลืมมอบให้แก่กัน

 

ผมปิดเว็บและกดส่งงานบทความผ่านทางเมลอีกงาน ปล่อยให้ทุกอย่างหลุดไปและเติบโต ก่อนหันมามองดูภรรยาที่ก้มหน้ามองจอและพยายามโพสขายสินค้าออนไลน์ โดยลืมสนใจว่าลูกกำลังละเลงข้าวต้นจนเลอะพื้น

ด้วยความเคยชินผมเกือบจะบอกให้เธอดูลูกบ้าง แต่ก็กลับมาคิดดี ๆ ว่า ตอนนี้เธอกำลังเรียนรู้ กำลังเติบโต และต้องการสมาธิ อยู่ในภาวะหวิ่นแหว่งที่ควรเป็นเราที่ต้องเข้าไปเติมเต็ม ผมลุกขึ้นเตะลิงน้อยแบบหยอกล้อเรียงตัว ให้บอกให้ช่วยกันขนถ้วยข้าวต้มและเช็ดพื้นที่ทำเลอะ

แม้ผลทีได้คือผมต้องช่วยขนถ้วยไปเก็บและเช็ดพื้นให้สะอาด แต่สิ่งที่เพิ่มขนาดในหัวใจ คือความตั้งใจที่จะเติบโต และเรียนรู้ที่จะนั่งมองและช่วยเหลือให้คนที่เรารักเติบโตไปด้วยกัน ท่องไว้ให้ลึกซึ้ง และคิดไว้อย่างตั้งมั่น ว่าทุกอย่างในโลกนั้น ไม่ใช่

 

“ของ ของ เรา”


เพราะต่างเป็นสิ่งแวดล้อมของกันและกัน
รักเธอจังเลย…
imonkey

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s