ผมไม่อยากไปงานหนังสือ

mike-wilson-138129.jpg

ผมไม่อยากไปงานหนังสือ เพราะว่าไม่มีธุระอะไรที่นั่น หนังสือก็อ่านเดือนละไม่กี่เล่ม ปีละไม่กี่ปก และพี่น้องก็ไม่ได้มีคนอ่านหนังสือมากมายขนาดที่ต้องหอบรถเข็นเดินวนทั่วงานแล้วลากกลับมาทีละสองลังเพื่อวางบนชั้นสูงและกลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ นั่งบูชาหวังว่ามันจะทำให้ชีวิตดีขึ้นในสักวัน

 

ผมไม่อยากไปงานหนังสือ เพราะหนังสือที่มีโพสขายบนเฟชบุ๊กก็ได้ หลาย ๆ คนที่รู้จักก็เข้ามาซื้อหากัน โอนเงินมารับของไป ซื้อขายง่าย ๆ ไม่ต้องเดินทาง ไม่มีหนังสือที่มีชื่อตัวเองบนปก ไม่ต้องไปนั่งเซ็นหนังสือมือหงิก ต้องปั้นหน้ายิ้มฟันแห้งเมื่อถูกถามว่ามาจากไหน แล้วเดินจากไปเพราะคุณไม่ใช่นักเขียนดัง
ผมไม่อยากไปงานหนังสือ เพราะเธอไม่ได้อยู่ที่นั่น ถึงเธอจะอยู่ที่นั่นก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับผม เราไม่ได้เป็นอะไรกัน เหมือนหนังสือที่วางอยู่เป็นหมื่นปกก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับผม เราต่างไม่ได้เป็นของกันและกัน มีหน้าที่เดินสวนแล้วละลายหายไป เธอคงจะจำผมไม่ได้ เหมือนกับที่ผมก็จำหนังสือบางปกที่เดินผ่านไม่ได้ ไร้ซึ่งสัมพันธ์ใดให้นำกลับไปฝันถึง
แต่ก็น่าแปลกที่ผมก็ยังฝันถึง
ผมไม่อยากไปงานหนังสือ การอ่านหนังสือคือการอยู่คนเดียว หนังสือที่ถือในมือคือโล่ป้องกันการรบกวนจากคนอื่นที่ดีที่สุด แต่ผมอยู่คนเดียวมาทั้งชีวิต ยังอยากให้เป็นแบบนี้อยู่อีกเหรอ ยังอยากเจ็บชำ้ด้วยการเอาบางสิ่งมาปิดกั้นตัวเองอยู่แบบนี้หรืออย่างไร แม้การหาใครสักคนมาพูดคุยและคบหากันจะไม่ได้ง่าย เหมือนการวางหนังสือลงบนโต๊ะ แต่ก็คงจะดีกว่านี้ได้ ถ้ากล้าเปิดใจและยิ้มให้ใครต่อใครที่เดินผ่านเข้ามาบ้าง แต่ผมก็ตัวไร้ตัวตนอยู่หลังหน้ากระดาษ  ปล่อยเวลาเดินผ่านด้วยความเหงา นั่งอ่านหนังสืออยู่กับตัวเองและแสงเงา เสพสื่อแห่งความเหงาอย่างเดียวดาย และตั้งความหวังอย่างลมแล้วว่าวันหนึ่งอารมณ์นี้จะคลายได้ด้วยตัวหนังสือ
ben-white-126974.jpg
ผมไม่อยากไปงานหนังสือ เพราะบ้านอยู่ไกล ห่างกันราวเกือบแปดร้อยกิโลเมตรได้ ผมไม่ชอบอะไรที่ไกลเกินไป ไม่ได้อยากจะแสดงให้ใครเป็นว่าคลั่งไคล้อะไรมาก คิดแค่เพียงว่าสิ่งที่มันเกิดขึ้นเพื่อเรา มันก็จะดึงดูดเราเข้าไปหาเองเมื่อถึงเวลา แล้วผมก็นั่งรอเวลาให้งานหนังสือลอยเข้ามาหาเอง ผมทำแบบนี้กับทุกเรื่องในชีวิตเสมอ  แต่ก็มีความสุขดีนะ
ผมไม่อยากไปงานหนังสือ เพราะคิดว่ามันเป็นเพียงกระแส การประกาศก้องว่าไม่อยู่ในกระแสคือการทำตัวอยู่เหนือกระแส กระแสนักคิดกระแสนักเขียนที่ในปัจจุบันมีพื้นที่ให้มากมายเพื่อถ่ายทอดตนเอง มีความคิดไร้ตรรกะและการกระทำไร้เหตุผลมากเกินไปในสังคมออนไลน์และในโลกความจริง ผมจะไม่เสพ
สิ่งที่ผมทำได้ก็คือ
เขียนว่าไม่อ่านงานเขียนเหล่านั้นให้คนอื่นอ่าน 
ผมไม่อยากไปงานหนังสือ เพราะผมอ่านหนังสือไม่ออก แม้จะสะกดอักษรได้ รู้เรื่องราวที่เล่าขานในหนังสือเล่มนั้น แต่ก็ไม่สามารถแปลงเปลี่ยนเป็นความรู้หรือดัดเอาเข้ามาสู่เส้นทางชีวิต ยังอ่านหนังสือรวยเพื่อให้ชีวิตยังจนอยู่ อ่านหนังสือสู้เพื่อแค่รู้ว่าตัวเองท้อถอย อ่านหนังสือรักเพื่อให้นึกออกว่ายังพอมีอีกคนที่ยังคอย อ่านนิยายสับสนปนเศร้าสร้อย แต่ไม่เคยกลับมามองตัวเอง
อ่านหนังสืออะไรมากมายเท่าไหร่ ก็ได้ช่วยอะไรเลย 
ผมไม่อยากไปงานหนังสือ 
carl-cerstrand-127444.jpg

One Reply to “ผมไม่อยากไปงานหนังสือ”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s