ทางกลับบ้าน

“เมื่อไหร่จะเขียนต่อ”

ปุยนุ่น เดินมาถาม ผมนึกไม่ออกในตอนแรกว่า “เขียน” อะไร

“ก็นิยายไง” หลานพูดขึ้นอีก

‘อ๋อ’

“เมื่อคืนนุ่นนั่งอ่านยาวหกตอนถึงตีหนึ่ง” นุ่นบอกอีก ผมเลยถามกลับไปว่าสนุกไหม แล้วก็คุยสรรพเพเหระต่อ ในใจอยากจะบอกว่าที่นุ่นได้อ่านมันเป็นแค่ยอดของภูเขาน้ำแข็งของปมปัญหาในเรื่องเท่านั้น มันยังซ่อนเรื่องราวอีกมากมายไว้ภายใต้ เรื่องราวที่ตั้งใจว่าจะเขียน จะใส่ลงไปผุดขึ้นมาในหัว

ผมไม่ได้ตอบว่าจะกลับไปเขียนตอนต่อไปของนิยาย “ทางกลับบ้าน” เมื่อไหร่ ที่จริงแล้วลืมมันไปแล้วด้วยซ้ำ ตัวละครเหล่านั้นค้างเติ่งรอการสานเรื่องราวจากผมอยู่ ความดีเลว สีเทาบางรอการตีแผ่ แต่ก็ยังคิดว่าไม่ใช่ตอนนี้  แล้วตอนไหนละ

-ไม่รู้-


57bc114cEtBv2Z88

ชีวิตนี้มีเรื่องราวมากมายที่ค้างคาและรอการสะสาง มีเหตุผลมากมายด้วยที่ทำให้ชำระมันไม่ได้และไม่หมดไม่สิ้น การดิ้นรนทำมาหากิน ดูแลครอบครัว กิจกรรมยามว่างกับเพื่อนฝูง หนังสือดี ๆ ที่รอให้เปิด การหารายได้เพิ่มเพื่อขับเคลื่อนครอบครัว ล้วนแต่เต็มไปด้วยสิ่งคั่งค้าง และอยากทำ แต่จะมีสักกี่อย่างที่เราทำได้ และจะมีสักกี่อย่างที่ทำเสร็จ

ผมกลับมาที่ห้องพักรื้อค้นเรื่องย่อในแต่ละตอน โน้ต ข้อความสั้น ๆ หรือภาพวาด Mind Map ที่จดบันทึกไว้เกี่ยวกับนิยายเรื่องนี้ รวบรวมเอามากองไว้ นั่งมองแล้วคิดถึงวันที่บรรจงปั้นแต่งมันออกมา จากนั่นก็นั่งอ่านบางเสี้ยวตอนที่เขียนไว้ สนุกกับมัน โมโหกับมัน มีอารมณ์ร่วม และจับผิดจุดบกพร่องของนิยายเรื่องนี้ แล้วก็ยอมรับอย่างเต็มอกว่าผมรักนิยายเรื่องนี้มาก ดูเหมือนเป็นการถ่ายเทร่างกาย ส่งต่อความคิดความรู้สึก ต่าง ๆ ที่สะสมมาตลอดหลายสิบปีให้ออกมาในรูปแบบตัวอักษร ยังจำความรู้สึก อารมณ์ตอนที่เร่งมันออกมาให้ทันเส้นตายที่ บก. กำหนด ความดีใจในแต่ละคอมเม้น และความภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโปรเจ็กนี้

 

นี่ก็เกือบสองอาทิตย์แล้วที่ ครอบครัวของผมย้ายมาอยู่ด้วยกัน พ่อ แม่ และลูก ๆ ทั้งสองอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา นั่งรับประทานอาหารที่ช่วยกันทำ อร่อยบ้าง ไม่อร่อยบ้างตามประสา เฮฮากันไป เป็นความรู้สึกอบอุ่นที่คิดว่าขาดหายไปนาน แต่เหล่านี้แลกมาด้วยความไม่แน่นอนทางการเงินและชีวิต แต่ก็พอที่จะขับเคลื่อนมันไปได้นะ ประหยัด ๆ หน่อย ขยันมากขึ้น เป็นเรื่องดีที่อย่างหนึ่งเพราะฝึกให้เรามองทุกอย่างให้เป็นรายได้ คิดทุกอย่างเป็นตัวเลข หักลบกลบบัญชีครัวเรือนที่เราทำ สั่งสมวินัยทางการดำเนินชีวิต ที่บกพร่องกันมาตลอดเวลา เมื่ออยู่อย่างนี้ หลังเลิกงานขณะที่เพื่อนฝูงเดินไปซื้อเบียร์ คนละขวดสองขวดให้ชื่นใจ เรารีบกลับบ้านหอมแก้มลูกแล้วเขียนงานส่งหารายได้สักห้าสิบสักร้อยก็ยังดี พอได้ค่าขนมและของเล่นที่สมัยสร้างสรรค์ออกมาดูดเงินในกระเป๋าพ่อแม่อย่าง ๆ เราได้ดีเหลือเกิน (วลีอมตะ มีลูกเดี๋ยวก็รู้) ที่กล่าวมาใช่ว่าการไปดื่มสังสรรกับเพื่อนฝูงมันจะไม่ดีมากมายนัก แต่ช่วงเวลาแต่ละช่วงชีวิต ความสุขที่เรามองก็ต่างกัน หากทำแล้วมีความสุข พอที่ได้วางใจ ปล่อยวางจากงานที่เหนื่อยล้าก็ทำไปเถอะ อย่าให้เดือดร้อนก็น่าจพอนะ ตอนนี้ผมมีความสุขแบบนี้ อยากทำแบบนี้ วันหนึ่งก็อาจจะไปกินไปเล่นเหมือนคนอื่นบ้างเช่นกัน

 

 

เข้าสู่เดือนเมษายน นี่ก็ครบรอบการดอง “ทางกลับบ้าน” ครบ 1 ปี และยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับมาสานต่อได้ งานก็เยอะ คนก็แยะ เมื่อชีวิตเดินทางมาถึงตรงนี้ ตรงที่บ้านที่ต้องการจะกลับ เดินทางมาหาแทน และความตั้งใจใหม่คือการสร้างบ้านของตัวเองมากกว่า ก็ต้องยอมรับตามตรงว่า ตัวละคร เก้า สิบ ก็อาจจะหยุดการกระทำ ตัดเรื่องราวอันเข้มข้นไว้ก่อน เพราะผู้เขียนนั้นยังต้องหาค่าโฆษณาที่น่าสนใจให้เป็นรายได้มาจุนเจือครอบครัวก่อน แต่ก็สัญญานะ สัญญากับตัวเองและตัวอักษรที่แสนรักว่า จะกลับมาเขียนเมื่อพร้อม ไม่แน่เมื่อเขียนจบ ตอนนั้นอาจมีเคลมให้นิยายเรื่องนี้ว่า “ผู้เขียนใช้เวลาเขียนกว่าสิบปี” พิมพ์หราบนหน้าปกเพื่อเรียกความสนใจก็เป็นได้…

 

 


ลิง
4.4.17

 

2 Replies to “ทางกลับบ้าน”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s