แปลก ๆ ดีนะ…

ผมแต่งงานมาเกือบสิบปีถ้ารวมเวลาคบกันก่อนหน้านั้น รวมแล้วก็ประมาณ 12 ปี แต่ไม่น่าเชื่อนะว่าพึ่งได้มีโอกาสอยู่ด้วยกันจริง ๆ แบบครอบครัวตัวเองเมื่อวันศุกร์นี่เอง เราพึ่งตัดสินใหญ่ครั้งใหม่ที่จะเริ่มทำชีวิตตัวเอง ซึ่งความจริงแล้วน่าจะเริ่มคิดและลงมือทำนานแล้ว 

แต่ตามความเป็นจริงของวิถีไทยนั้น การอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ก็ไม่ได้แปลกมากมายอะไร หลาย ๆ คู่อยู่กันแบบหลายครอบครัวในบ้านหลังเดียวเกือบทั้งชีวิต และบางคุ๋ก็อยู่กันจนตายจากกันไปเลยก็มี และดูเหมือนการอยู่แบบนี้จะมีความสุขสำหรับผู้เฒ่าผู้แก่ คนที่รักเราและเรารักนั้น จะได้อยู่เห็นลูกหลานจนนาทีสุดท้ายกันเลย

“คิดดีแล้วเหรอ?” น้องชายผมถามในวันที่บอกว่าจะตัดสินใจย้ายก้้อยออกมา ผมตอบไปว่าดี พร้อมยกเหตุผลร้อยแปดพันประการ ซึ่งที่จริงแล้วเหตผลเหล่านั้นถูกคิดขึ้นมาหลังความต้องการ ซึ่งก็คงเป็นแบบนี้เสมอแหละ ว่าเมื่อเราต้องการอะไร เหตุผลไมใช่สิ่งที่มาก่อน แต่เหตุผลจะมาเป็นลำดับรอง และถูกสร้างเพื่อสนับสนุนความต้องการและแรงปราถนาเสมอ

วันที่ก้อยจะย้ายมานั้น เป็นวันที่น่าหวาดหวั่นของเราทั้งคู่ ภาพเด็กน้อยกระโดดเล่นไปมาในรถ หลอกล้อกันโดยที่รับรู้แค่ว่ากำลังจะย้ายไปอยู่กับพ่อ ถูกฉายซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันเป็นความสุขแปลก ๆ ที่สั่งการให้จดจำภาพนี้ แต่มันก็เป็นความเศร้าด้วยที่แอบแทรกมาบอกว่า “เราคงไม่ง่ายที่จะดูแลลิงน้อยเหล่านี้”

จากนั้นวันเสาร์เราก็บึ่งรถจากร้อยเอ็ดเดินทางไปโคราชเพื่อเข้าฟังสัมนาการเงิน “คนไทยฉลาดการเงิน” ของThe Money Coach ซึ่งเป็นการสัมนาสอนการจัดการด้างการเงิน โดยหัวใจหลักของงานนี้โค้ชพี่หนุ่มพูดมาเป็นกลอน แต่ผมจำไม่ได้แต่ก็สรุปได้ว่า มันคือการจัดการความเสี่ยง เรียนรู้ตัวเอง เพื่อตัวเตรียมตัวสู่อนาคต เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 5 ปี ที่ผมกลับเข้าไปอ่านหนังสือ ฟัง และเรียนรู้เกี่ยวกับการพัฒนาตัวเองอีกครั้ง หลังจากหันหลังให้คนในวงกานี้มานานเนื่องจาก เรียนรู้ว่าโค้ชหลายๆ คนนั้นก็แค่ตัวปลอมที่พูดเป็น เขียนเป็น แค่นั้นเอง

แน่นอนสิ่งที่เราเรียนรู้มันเป็นอะไรที่ใหม่และทำให้เราตื่นเต้น หลังจากกลับมาเราพยายามเข้าไปดู วางแผน และแก้ไขแผนชีวิตใหม่หมด เอาเรื่องเงินมาเป็นประเด็นแรกที่เราควรจัดการ หากเรายังทำให้เรื่องนี้หมดห่วงไม่ได้ ก็ยากที่จะเดินต่อไปในเรื่องอื่น ๆ ต้องตกอยู่ในวังวน 30 วัน หาใหม่ ใส่เข้า ยืมอีก แล้วก็เครียดตัวเกลียวหามันอีกแบบนี้เรื่อย ๆ

แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนักหรอกที่จะดิ้นวงจรนี้ให้หลุด ความตั้งใจ ความอุตสาหะ และวินัยเป็นสิ่งสำคัญ การหักดิบการใช้จ่ายบางอย่างก็ไม่ต่างจากการอดอาหารเพื่อลดความอ้วนทันที มันอาจจะกลับมาเป็นโยโย่เอฟเฟ็กได้ในทุกเรื่องของชีวิต โดยเฉพาะเรื่องไหนที่ให้ความสุข หล่อเลี้ยงหัวใจและมอบรอยยิ้มเทียมให้เรามานานด้วยแล้ว ก็คงคล้ายอาหารติดมัน ราดชีสเยิ้ม ที่เราคงจะอดทนต่อความยั่วยวนของมันไม่ได้มากนัก หากไม่รู้จักวิธีจัดการหัวใจตนเอง

viktor-forgacs-140601

กลับมาที่ภาพของครอบครัวนอนหลับอยู่ มีเพียงไอติมที่ยังไม่นอนแม้จะล่วงเข้าตีหนึ่งแล้ว ผมยังไม่ได้ปิดไฟเพราะห้องที่เราอยู่ยังเป็นหอพักที่เป็นห้องเดียว ผมนั่งเขียนบทความเพื่อส่งเว็บไซต์หนึ่งเพื่อเป็นการรายได้เพิ่ม เป็นบทความเกี่ยวกับสิ่งที่ผมไม่เคยรู้เรื่องมาก่อนเลย เลยต้องใช้เวลาในการหาข้อมูลอยู่นาน กอรปกับจังหวะที่ใกล้จะเสร็จ คอมพ์เจ้ากรรมก็ดันมาค้าง นั่งเศร้ามองคอมพ์ลูบหัวลูกอยู่นานก็ไม่มีทีท่าว่าจะกลับมา ก่อนสูดหายใจลึก ๆ กดปุ่ม Power ค้างเพื่อให้คอมดับ ทุกอย่างต้องมีอุปสรรคแหละ แค่คิดว่าอย่าใจร้อน วิธีแก้อย่างเดียวคือทำใหม่ สอนให้รู้ว่าต้องเซฟงานเสมอ ๆ นะ เหมือนชีวิตที่มีความเสี่ยง ต้องรู้จักระวัง ป้องกันความเสี่ยงกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น ผมดับไฟพาลูกนอน ก่อนลิงน้อยจะหลับภายในห้านาที ผมยังกลิ้งไปมาคิดถึงเรื่องงานที่ไม่ได้เซฟ รายได้ที่หวังไว้ก็ยืดออกไปอีก ชีวิตที่ต้องดูแลก็นอนอยู่เคียงข้าง ทุกอย่างอยู่ในอ้อมกอดของเราแล้ว เหลือแต่ว่าเราจะพาควมรักก้อนนี้ของเราไปในทิศทางใด

ชีวิตไม่มีอะไรง่าย แค่หาอะไรกินแล้วคิดเหมือนกันยังยากเลย ต้องยอมกันไปเป็นมื้อ ๆ วันนี้เราคิด พรุ่งนี้ตาเธอ การอยู่ด้วยกันไม่สามารถใช้อำนาจเบ็ดเสร็จได้ แม้แต่กับลูก มีบางอย่างที่ไม่ถูกใจก็ค่อย ๆ บอก บางอย่างที่ไม่ถูกต้องก็ต้องค่อย ๆ สอน

เราเองก็เช่นกัน ต้องหัดประเมินตัวเองให้มากกว่าเดิม เพราะอยู่ในสถานะผู้นำ บางอย่างเราอาจทำไม่ถูกแต่บางทีลูกเมียก็ไม่กล้าบอกว่าเราเป็น เราต้องหัดส่องกระจกดูตัวเองทุกทุกวันดูให้รอบเพราะการส่องกระจกถ้าไม่ละเอียดพอก็ไม่สามารถเห็นทุกมุมมอง ถ้าไม่มีความยุติธรรมเราก็จะหันมองแต่มุมที่เราชอบ มองแต่มุมที่เราอยากเห็นจนมุมเหล่านั้นไปกลบของความคิดอื่นจนหมด

ตื่นมาวันนี้ผมเปิดคอมพ์ ความโชคดีก็พอมีอยู่บ้างที่ระบบมันเซฟไว้ให้ชั่วคราว Restore กลับมาได้เกิน 80% แล้วนั่งปั่นต่อ เมื่อเสร็จก็มานั่นเขียนบล็อกอันนี้แหละ เรียนรู้กันต่อไปเยอะ ๆ ว่า อย่าพึ่งคิดเครียดอะไรกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง บางทีเราก็พอมีโชคบ้าง แต่ก็ไม่ทุกครั้งเสมอไป การเตรียมตัวก็ยังเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเหมือนเดิม เด็ก ๆทยอยตื่น แต่ก็ยังถือว่าสายสำหรับผม ไม่อยากให้เขาตื่นสายเลย แต่ก็ต้องปล่อยไปก่อน ค่อย ๆ บอกค่อย ๆ สอนกันไป

ผมหุงข้าวไว้แล้วนะ ว่าจะเจียวไข่ให้เด็กกิน ถ้าเขาไม่เบื่ออะนะ ภรรยายังนอนซมจากอาการแพ้อากาศ เจ็บคอแสบหน้าอก ถ้าเป็นมากกว่านี้ก็คงต้องไปหาหมอ สักเก้าโมงนิด ๆ รีดผ้าเตรียมตัวไปทำงาน แล้วรีบกลับมาเพื่อเจอกันและกัน

นี่สินะครอบครัวที่เราพูดกันมาทั้งชีวิตว่าอยากได้
ครอบครัวที่เราต่างใฝ่หากัน เมื่อต้องมาอยู่ด้วยกันแบบนี้จริง ๆ

มันก็ดูแปลก ๆ นะ…

 


 

จะทำให้ดีที่สุดอาจไม่พอ
จะทำด้วยความเข้าใจอาจเป็นคำตอบที่ดีกว่า

ลิง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s