-หายไวไวนะ- บทเพลงกำลังใจจากชายผู้ให้กำลังใจ

remi-walle-86579.jpg

เมื่อวานเหล่าแอดมินเพจ Bookster ก็พูดคุยเรื่องราว สัพเพเหระ ตั้งแต่เรื่องพาอาม่าไปเที่ยวยันเรื่องฝากซื้อถุงยางอนามัยไลท์เซเบอร์จากญี่ปุ่น (ตอนนี้บอสไปเที่ยว) จนมาเรื่องที่ผมบอกไปว่า ช่วงนี้ไม่ได้อ่านหนังสือเลย แล้วแอดมินเบียร์ก็เอ่ยขึ้นมาว่า “ไม่เจง” ทำให้ผมสะดุดคิดว่าทำไมเขาไม่เชื่อว่าเราไม่ได้อ่าน

การไม่ได้อ่านหนังสือในความหมายของผมนั้นคือการอ่านไม่จบเล่มภายใน 3-5 วัน ซึ่งหมายความตอนนี้ผมอ่านหนังสือเฉลี่ยแค่ 50 – 70 หน้า สำหรับผมแล้ว เหมือนไม่ได้อ่าน แต่พอถามไถ่พูดคุยแล้ว แอดคนอื่นก็บอกว่าไม่ได้อ่านหนังสือเหมือนกัน ซึ่งคำว่าไม่ได้อ่านของเขานั้นกลับหมายถึงไม่ได้อ่านหนังสือจบเล่มเลยในระยะเดือนที่ผ่านมา

“คำ ๆ เดียวกันของแต่ละคน สื่อความหมายไม่เหมือนกัน”

 

 

 

วันนี้ตอนเช้าผมตื่นขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นกับภาระกิจใหม่ จนไม่ไปออกกำลังกาย (เนียนเลย) นั่งค้นข้อมูลเขียนงาน จนมาเจอกับ MV ของ บิว บันดาลใจ ที่แชร์มา จำได้ว่าเพลงนี้ บิวเคยร้องให้ฟัง เพราะเขาเป็นคนแต่งเองและเรียบเรียงกับเพื่อนที่ทำงาน เป็นเพลงที่เขียนให้กับ มูลนิธิ One Love ของโรงพยาบาลพญาไท แน่นอนเป็นเพลงแนวให้กำลังใจตามสไตล์ของ บิว ตอนแรกฟังตอนที่เป็นการเล่นของ บิวเองกับเพื่อน ๆ ก็รู้สึกว่าเพลงนี้เขียนขึ้นมาเพื่อผู้ที่ป่วยจริง ๆ และเมื่อยิ่งได้ฟังในเวอร์ชั่นที่ใส่เรื่องราวและน้ำเสียงโทนเศร้าแล้ว เพลงนี้ยิ่งสร้างความสะเทือน จนทำให้เกิดอาการขนลุกได้เลย

ก่อนเริ่มดู MV เพลงนี้ ผมคิดเสมอว่าการป่วยไข้นั้นหากเรามีกำลังใจเราก็สามารถเอาชนะทุกโรคได้ บางครั้งแฟนผมบอกว่า ปวดหัว ผมก็มักจะทำหน้าเฉยๆ พ่อแม่บ่นว่าปวดขาปวดแข้ง ผมก็จะเข้าไปบีบนวดพอให้ผ่าน ๆ ไป ไม่ได้เข้าใจลึกซึ้งว่าพวกท่านมีอาการเจ็บป่วยมากน้อยเพียงไร

 “เพราะคำ ๆ เดียวกันของแต่ละคน สื่อความหมายไม่เหมือนกัน” เมื่อผมดูจบ ก็คิดได้ว่า เราไม่ได้ใส่ใจกับคนที่เรารักเลย เรามองคำว่าป่วยไข้ของเขาเป็นเพียงอาการธรรมดาที่ทุกคนต้องพบเจอแม้แต่ตัวผมเองก็เคยเจ็บป่วยและก็ผ่านมาได้ แต่แท้จริงคำว่า “ป่วย” ของทุกคนก็มีความหมายไม่เหมือนกันเช่นกัน ผมมองข้ามคำพูดของคนอื่นเสมอ ไม่ได้นำความรู้สึกห่วงใย เข้าใจ อะไรมอบแด่คนที่ผมรักเลย ซึ่งตอนนี้ก็เข้าใจอย่างดีแล้วว่า คำพูดและความรู้สึกของคนรอบข้างนั้นสำคัญแค่ไหน

การที่คน ๆ หนึ่งป่วยไข้นั้น ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อตัวเขาเพียงคนเดียว แต่ความป่วยไข้ไม่ว่าอย่างไรก็เป็นเป็นโรคระบาดเสมอ ไม่ติดต่อกันทางกายก็ส่งผลทางจิตใจของคนรอบข้างเสมอ

แม้ตอนนี้ผมจะพยายามเข้าใจความเจ็บป่วยของคนรอบข้าง แต่ความจริงแล้วก็คงไม่สามารถเข้าใจความเจ็บปวดเหล่านั้นได้ทั้งหมด คงต้องรับรู้ รับฟัง และอยู่เคียงข้องกันให้มากขึ้นกว่านี้ เยอะกว่านี้ และสุดท้ายผมคิดว่า เมื่อคนที่เรารักเจ็บไข้นั้น ต้องการกำลังใจอย่างมาก

ผมหวังว่าการนั่งลงข้าง ๆ กุมมือ สบตา ส่งรอยยิ้ม แล้วพูดว่า “หายไวไวนะ” จะสามารถบอกให้เขารับรู้ว่าเราห่วงใยเขามากแค่ไหน บอกให้เขารู้ว่าเราจะอยู่เคียงข้างกัน ดูแลซึ่งกันและกัน

“แค่เธอหายสักคน… จะมีอีกคนที่หายดี”

 

nathan-anderson-157614.jpg

 


Imonkeyblog

22-3-17

 

 

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s