เกม : ความเกลียดที่กำลังเติบโต

 

pawel-kadysz-100

 

ประเด็นร้อนแรงอย่างหนึ่งที่ปลุกกระแสคนให้ออกมาแสดงจุดยืนและกล่าวถึงอย่างร้อนแรงประเด็นหนึ่งในตอนนี้คือ “เกม” โดยหลังจากมีนายแพทย์ท่านหนึ่งออกมาพูดกล่าวร้ายเกมว่ามีโทษและทำลายอนาคตของเด็กมากมาย ทำเอาติ่งต้อย หอยแมงภู่ออกมาต่อต้าน บ้างด่าทอต่าง ๆ นานา แต่ก็มีบางกลุ่มที่ออกมาสรรเสริญเยินยอปอปั้นกัน จนทำให้หลาย ๆ หน่วยงาน ภาควิชามหาวิทยาลัย รวมทั้งนักคิดนักเขียนออกมาผสมโรงออกความเห็น ซึ่งโดยส่วนตัวผมก็เป็นคน (เคย) เล่นเกม ก็เห็นแง่มุมบางอย่างที่น่าพูดถึง

 

ประเด็นแรกที่เห็นคือผู้ใหญ่มองว่า เกม = ผู้ร้าย ทั้งในเรื่องนี้และก่อนหน้า ผมคิดว่าสื่อมีส่วนอย่างมากในการส่งมอบภาพลักษณ์นี้ โดยการประโคมข่าวต่าง ๆ และด้วยสังคมที่ถูกปลูกฝังมาให้มีเพียงสีขาวและสีดำ จึงนำมาซึ่งการจั่วหน้าและดึงดูดความสนใจด้วยวลีโจมตี หาผู้ร้าย กอรปกับประชาชนคนไทยคุ้นชินกับเรื่องเล่ามุขปาฐะ ซึ่งหมายถึงไม่นิยมอ่านเนื้อหามากมายนัก ถึงแม้ตัวข่าวจะไม่ได้ป้ายสีที่เกม 100 % แต่การพาดหัวเช่นนี้ก็พาลให้ผู้อ่านที่ไม่ได้เสพเนื้อข่าวจนหมดเข้าใจ และสร้างกรอบคิดว่า เกมไม่ดี เกมเป็นสิ่งยั่วเย้าให้เด็กออกนอกลู่ทาง

 

คำกล่าวหนึ่งของ อ. นิธิ เอียวศรีวงศ์ ในปาถกฐาที่ TK Park หัวข้อ “นิสัยการอ่านของคนไทย ในมิติด้านวัฒนธรรม ” กล่าวว่า คนไทยมักให้ค่าหนังสือที่เนื้อหา ประโยชน์ ว่าจะได้รับความรู้หรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งจากหนังสือมากกว่าที่จะกล้าบอกว่าหนังสือ สนุก เพราะเราถูกสอนมาว่าความสนุกเป็นเรื่องไร้สาระ บันเทิงไม่ได้ให้คุณค่าอันใด สะท้อนให้เห็นว่า คนในสังคมยุคหนึ่งมักจะต่อต้านสิ่งแปลกปลอมที่สร้างความสนุก โดยไม่มองให้ลึกว่าเหล่านั้นให้ประโยชน์อันใดได้บ้าง

 

 

1487699285942
ความเห็นทางเฟชบุ๊กของพี่หนุ่ม โตมร

 

 

พี่หนุ่ม โตมร ให้ความเห็นน่าสนใจว่า

[…]ผู้ใหญ่สมัยก่อนเห็นว่า นิยายหรือการ์ตูนเล่มละบาทเป็นเรื่องเพ้อฝัน เพ้อเจ้อ พาคนอ่านออกไปนอกโลกแห่งความจริง นักเขียนนิยายดังๆรุ่นคุณทมยันตีล้วนแต่ต้องต่อสู้กับความคิดนี้มาทั้งนั้น

แต่ในที่สุด วิธีมองการอ่านก็เปลี่ยนไป ทุกวันนี้เราต้องพยายามรณรงค์ให้คนหันมาอ่านหนังสือกันให้มากๆ ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะในโลกยุคใหม่ คนเราต้องการ ‘ทักษะ’ ในการใช้ชีวิตต่างออกไป การตัดกล้วยฆ่าไก่พับกระทงเย็บใบตองกลายเป็นทักษะที่ไม่จำเป็นมากนักในชีวิต (เพราะมีคนอื่นทำหน้าที่พวกนี้แทน) ทักษะที่จำเป็นมากกว่าคือการอ่านเพื่อให้รู้รอบ คนที่ ‘อ่านมาก’ เลยกลายเป็นคนที่ได้เปรียบ พ่อแม่ผู้ใหญ่จึงเปลี่ยนมุมมองต่อการ ‘อ่านหนังสือ’ ไปแบบไม่เหลือเค้าเดิม[…]

[…] แต่พอมาถึงเรื่องของ ‘เกม’ พ่อแม่อีกจำนวนมากยังคงเห็นว่า ‘เกม’ เป็นของเลวร้าย มอมเมา เสียเวลา ซึ่งเอาเข้าจริง คือวิธีคิดเดียวกับผู้ใหญ่ยุคก่อนโน้น ที่ห้ามเด็กอ่านเรื่องประโลมโลกย์ เพราะเห็นว่าเป็น Escapism หรือความเพ้อเจ้อเพ้อฝันเพื่อ ‘หนี’ ออกไปจากโลกจริงรอบตัว

ดังนั้น การเล่นเกมจึงเหมือนการอ่านหนังสือหรือการฝึกฆ่าไก่ตัดกล้วย มันคือ input แบบหนึ่ง ที่จะทำให้คนเล่นได้ฝึกทักษะบางอย่างที่เหมาะสมกับยุคสมัยหนึ่งๆ ในอนาคตอันใกล้ พ่อแม่ที่ห้ามลูกเล่นเกม อาจแลดูแปลกประหลาดเหมือนพ่อแม่วันนี้ห้ามลูกอ่านหนังสือก็เป็นได้…

 

 

rohit-choudhari-180738

 

 

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ วาทกรรมตอบโต้กันของเหล่า บุคคลต่าง ๆ ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ทั้งคนเล่นเกมปะทะกับคนไม่เล่นเกม อาจารย์ปะทะหมอ และอื่น ๆ อีก

มีความเห็นบางอย่างที่น่าสนใจ อ่านแล้วได้ประโยชน์ เช่นในเพจ เลี้ยงลูกเป็นคนปกติ ที่พอจะสรุปเรื่องของเด็กเล่นเกมแล้วเสียคนว่า การให้หรือไม่ให้เด็กเล่นเกมต้องใช้องค์ประกอบหลายอย่างในการตัดสิน อายุ แนวเกม วินัย ซึ่งแอดมินไม่เห็นด้วยว่าการที่เด็กเสียมาจากการเล่นเกม แอดมินเพจกล่าวว่า กว่าที่เด็กคนหนึ่งจะติดเกมได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นเพราะเด็กมีความพร้อมที่จะเสียคนอยู่ก่อนแล้วเช่น ปัญหาครอบครัว การดูแลเอาใจใส่ ซึ่งเด็กที่มีปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ ต่อให้ไม่ได้ติดเกม ก็มีความเสี่ยงสูงมากที่จะไปติดอย่างอื่น เช่น ติดยาเสพติด ติดเซ็กส์ ติดแว้นซ์ ติดแชท ติดอินเทอร์เน็ต ฯลฯ อยู่ดี

 

 

1487692626456

 

 

แต่ในกระทู้พันทิพย์ ก็มีการวิพากษ์เสียหายอยู่หลายคอมเม้น ทั้งยังมีการแชทไปด่าทอในเพจเฟชบุ๊ก ว่ากล่าวหมอเจ้าของบทความ จนต้องออกมาขอความกรุณาใช้ภาษาสุภาพและบางกรณีบล็อกกันไป

ซึ่งจากการอ่านและหาข้อมูลส่วนใหญ่แล้ว ผู้คนที่เล่นเกมต่างไม่เห็นด้วยกับบทความดังกล่าว เป็นเด็กปลาย Gen X และ Gen Y ที่ออกมากล่าวว่า ทำนองว่าถึงเวลาออกนอกกรอบ อยากให้คนรุ่นก่อนมาดูว่าตอนนี้เทคโนโลยีวงการเกมไปถึงไหน และมีส่วนสร้างประสบการณ์ ความรู้ ความบันเทิงมากกว่าจะสร้างแต่ปัญหาอย่างที่คนรุ่นหลังพูด

 

ซึ่งเรื่องนี้ผมมองว่ามันเป็นการถกเถียงในรูปแบบปกติ แต่ที่น่าเป็นห่วงคือการใช้ความเกลียดชังมาเป็นตัวตั้ง หมายถึงเหล่าผู้วิพากษ์ วิจารณ์นั้นไม่ได้ทำการบ้าน ไม่ได้ใช้การตอบหรือการถามเชิงเหตุผล ตั้งแง่พวกเขาพวกเราไว้ ซึ่งแน่นอนหากหลายฝ่ายใช้การแบ่งแยก เกลียดชัง วาทกรรมแบ่งแยกในการประจันหน้ากัน ก็มีแต่จะลุกลามกลายเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่มันเป็น เพราะเรื่องนี้มีเกิดมาจากหมอที่เติบโตมาด้วยความคิดแบบหนึ่ง ออกมาถ่ายทอดสิ่งที่เขาเป็นมาทำมาแค่นั้นเอง

 

เราเก่งในการทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ แต่เรื่องใหญ่จริง ๆ กลับนิ่งเฉย ยอมรับ และทำเป็นลืมว่ามันเป็นปัญหา ซึ่งบางอย่างเป็นปัญหาที่ โคตรใหญ่เสียด้วย

games-vs-game-based-learning-vs-gamification

 

 

ก็ไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะจบอย่างไร (ส่วนตัวคิดว่าคงหายไปเพราะมีเรื่องอื่นมาแทนและรอวันรื้อฟื้นกลับมาถกเถียงกันใหม่) แต่อยากจะบอกว่า ให้ทุกคนทุกฝ่ายใช้สติในการเสพดราม่า ไม่ว่ากับเรื่องนี้หรือในทุก ๆ เรื่อง ให้พิจารณาข้อดี ข้อเสีย ที่สำคัญไม่ไปตัดสินว่าใครดี ใครไม่ดีจากความคิดและการกระทำของเขา คนที่โตมาได้ดีเพราะวิธีการแบบไม่เล่นเกมก็มี ที่โตมาได้ดีเพราะเล่นเกมก็มี ทุกอย่างล้วนสั่งสมมาจากประสบการณื เป็นเพียงหนึ่งในกลวิธีของแต่ละคน ที่ใช้ไม่ได้ผลกับทุกคน อย่ายัดเยียดความคิดให้คนอื่นแค่นั้นเราก็ไม่ขัดแย้ง

 

สื่อทุกสื่อมีข้อดีข้อเสีย เกมก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่เราพบเจอในชีวิตประจำวันเหมือนหนังสือ รายการทีวี ละคร และอื่น ๆ ที่หากเราเสพมากไป หมกมุ่นมากไปก็เป็นผลเสียทั้งนั้น เด็กที่จะเติบโตมานั้นต้องเรียนรู้ด้วยตนเอง ผจญ เผชิญกับความไม่ดีที่ถาโถมมา ต้องผิดพลาด ต้องเจ็บปวด และสุดท้ายทั้งหมดก็จะกลายเป็นบทเรียนสอนเขา

หน้าที่ของผู้ใหญ่คือสร้างภูมิคุ้มกันเบื้องต้น ให้ความมั่นใจว่าเขาจะมีเราอยู่เคียงข้าง ไม่ผลักไสสิ่งใหม่ เรียนรู้พร้อมกับเขา ประคับประคองกัน ผิดพลาดด้วยกัน ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ อนาคตภายภาคหน้า ไม่ว่าจะมีสิ่งอื่นใดเกิดขึ้นมา เด็ก ๆ เหล่านั้นก็พร้อมจะเผชิญ สนุกสนานกับสิ่งเหล่านั้นด้วยความเข้าใจ และเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดูแลสังคมต่อไปในอนาคต

แอดลิง
21.2.17


พูดคุยและติดตามเรื่องราวอื่น ๆ เพิ่มได้ที่ iMonkeyblog

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s