Japan Diary ขรุขระ ณ ปลาดิบ #2 : เติบโต?

lkhxbkpwhz8-gianandrea-villa

1.

ใกล้ถึงวันเดินทาง เสื้อผ้ากันหนาว กระเป๋าเดินทาง ทุกอย่างถูกคัดสรร จัดเก็บเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงกังวลอย่างเดียวที่ไม่สามารถตัดขาดให้เหือดหายจากจิตใจได้

“ลูกจะอยู่อย่างไร?

ตั้งแต่เกิดจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ ไอโฟนห่างจากอ้อมกอดพ่อแม่นานสุดคือสามวัน ซึ่งตอนนั้นมียายอยู่ดูแลแทนให้ได้ ส่วนไอติมนั้น การห่างข้างกายแม่ครั้งสุดท้ายคือไม่มี ผมกับภรรยาไม่รู้จะทำอย่างไรกับโจทย์อันนี้ เพราะเราเข้าใจดีว่าเด็กทั้งสองไม่เคยอยู่กับคนอื่นเลย

ทั้งสองจะร้องไห้อาละวาดแค่ไหนในกลางดึกของวันที่ไร้เงาพ่อแม่มาถึง

เมื่อเวลาใกล้เข้ามาความกังวลยิ่งขยายใหญ่ ผมพยายามเกริ่นกับไอโฟนผู้พี่ว่า พ่อแม่อาจจะหายไปสามถึงสี่วัน เด็กน้อยถามกลับด้วยท่าทีไม่ได้สนใจมากนักว่า ไปไหน -ไปสกลฯ ผมตอบ- ไปทำไม แม่ก้อยก็อธิบายกลาง ๆ ว่าไปหาเงินมาซื้อของเล่นให้ มีแต่ผู้ใหญ่ เด็กยังไปไม่ได้ ยังไงลูกต้องดูแลน้องด้วยนะ ไอโฟนพยักหน้ารับทั้ง ๆ ที่ตายังมองโทรศัพท์ที่กำลังฉายยูทูปอย่างไม่ละสายตา

แต่กับไอติมแล้ว เราทั้งสองไม่กล้าแม่จะปริปากว่าไปไหน หรือมีแผนการอะไรยังไง นางน้อยก็ยียวนหยอกเย้าผู้เป็นแม่ไม่ห่างกาย กอด มุด กัด รัดปีน เหยียบหัวเหยียบหางเช่นเดิม ยิ่งทำให้เรากังวลเกี่ยวกับผู้น้องมากเท่าทวีคูณ

 

–,,–

2.

ท่อนหนึ่งในหนังสือ “Open Diary” ของวรพจน์เขียนไว้ว่า “การเติบโตทำให้เราห่างไกล” ผมพยักหน้าและจดจำมันลงในสมองที่รู้สึกว่าพื้นที่เหลือน้อยลงทุกทีของผมไว้ และนำมันมาเตือนตนเสมอเมื่อต้องคิดถึงอนาคตของเด็ก ๆ

vrbzvyx2k4i-markus-spiske
การเติบโต ทำให้เราห่างไกล -วรพจน์ พันธุ์พงศ์-

ทุกวันนี้เวลาผมไปส่งไอโฟน หรือแม้แต่ไอติมในช่วงหลัง ๆ ก็เป็น คือ เด็กน้อยจะเดินเข้าไปหาเพื่อน หรือวิ่งไปหาครู หาของเล่น หาประสบการณ์ที่เขาสนใจ ไม่แม้จะเหลือบมามองพ่อที่เป็นฝ่ายชะเง้อมองดูลูก ๆ จนกระทั่งหายไปในห้องเรียนถึงจะสบายใจและออกมาจากโรงเรียนได้

เช่นนี้ทำให้ผมคิดถึงภาพของพ่อแม่ของผมเองที่จับมือกัน กล่าวประโลมกันเมื่อตอนที่ผมเดินทางออกจากบ้านไปเรียนต่อที่เมื่อฟ้าอมร บ้านคงเงียบเหงาในยามแดดผีตากผ้าอ้อมมาเยือน ความเปล่าดายและไร้ซึ่งสรรพเสียงของผมและน้อง คงสร้างความเงียบที่น่าอึดอัด วังเวงแก่ท่าน และแทนที่ผมจะใส่ใจห่วงใจโทรกลับมาถามไถ่ กลับเตลิดหลงเข้าไปในศิวิไลซ์แห่งฝูงชน และถูกกลืนหายไปในอารยะมืดเทากลางกรุง 

ผมโตแล้วคือสิ่งที่ผมคิด อิสระคือสิ่งใฝ่หามาตั้งแต่ครั้งยังเยาว์ และกาลนี้คือการปลดปล่อย ผมกับน้องทิ้งท่านทั้งสองไว้เบื้องหลัง จะติดต่อกลับไปบ้างบางครั้งก็เมื่อกระเป๋าแฟบหรือท้องหิว แค่นั้นเอง…

–,,–

 

3.

กำหนดการเดินทางของเราคือหนึ่งทุ่มครึ่งของวันที่ 1 กุมภาพันธ์ เราต้องออกจากร้อยเอ็ดเพื่อให้ถึงดอนเมืองเวลาสามทุ่มและเข้าไปติดต่อกับไกด์ของบริษัทและจัดเตรียมการเช็คอิน เก็บกระเป๋าสัมภาระต่าง ๆ ให้เรียบร้อยก่อนจะเดินทางสู่นาริตะ (นาริตะ รู้สึกดีที่ได้เขียนคำนี้จริง ๆ )

เย็นย่ำวันนั้น ก้อยพาเด็ก ๆ ไปตลาด กวาดทุกอย่างที่น้องหนูอยากได้ ใส่ถุงพะรุงพรังกลับมา แต่แววตาเศร้าของเธอเด่นชัดกว่ารอยยิ้มของเด็กน้อย ส่งต่อความกังวลมาสู่ผู้เป็นพ่อ ผมทำได้แค่ยิ้มแห่งแบ่งเบาความกังวลนั้น จนกระทั่งหกโมงเย็น ด้วยอุบายให้พ่อตาพาหลานไปซื้อของเล่นที่ร้านทุกอย่างยี่สิบ ผู้เป็นแม่หยิบแบงค์ร้อยให้คนละแผ่น ก่อนกำชับด้วยน้ำเสียงแสร้งสนุกว่าใช้ให้หมดนะ แล้วให้พ่อพาทั้งสองออกไป

s__8421415
โดนล่อไปช๊อปปิ้ง

ผมกับก้อยขนของทุกอย่างขึ้นรถแล้วบึ่งออกมา ก้อยมีน้ำตาซึมบาง ผมไม่แน่ใจเพราะว่าห่วงลูก เพราะว่าจะได้ไปในดินแดนแสนไกลในฝัน หรือเพราะว่ากังวลกับสิ่งที่ต้องเผชิญหลังกลับมา ผมไม่พูดอะไร ปล่อยให้แสงไฟสีส้มเพลิงที่ส่องจากเสาริมถนนเส้นหลักสาดเข้ามาทำให้เงาตุ๊กตาในรถสั้นยาวสลับกัน

ชีวิตมันก็คงเป็นแบบนี้ เดี๋ยวเจอแสงสว่างแก้มยิ้มปริ เดี๋ยวเดียวเงามืดทมึนทับถมพาดผ่าน สลับขึ้นลงไปมาไร้ที่สิ้นสุด

 

s__8274026_0
ต่อแถวเช็คอินเตรียมขึ้นเครื่อง (ดูมันแต่งตัว)

เมื่อมาถึงสนามบินทั้งสองบรรจงดำเนินตามขั้นตอนความปลอดภัย ส่งสัมภาระตรวจสอบส่งขึ้นเครื่องก่อนเหินฟ้าถึงดอนเมือง แล้วเข้ารวมหมู่กับฝูงชน ต่อแถวเหยียดยาวดุจงูเห่านอนพาดผ่านสนามบิน ก้อยจ้องมองโทรศัพท์ ตั้งท่าจะกดหมายเลขโทรหา ก่อนชะงักพักเรื่องเก็บเข้ากระเป๋าแล้วเงยหน้ายิ้ม ผมจับมือเธอไม่ไมพูดอะไร จนกระทั่งลากสังขารมาหน้าเกตเตรียมขึ้นเครื่องไปแดนปลาดิบ…

 

–,,–

4.

50253
ก้อยไลน์คุยกับพ่อของเธอตลอด ถามเรื่องไอโฟนกับไอติม

23.30 น.

ก้อยตัดสินใจกดโทรศัพท์กลับไปบ้านเพื่อคุบกับพ่อของเธอ ถามว่าเด็กน้อยมีปฏิกิริยาโต้ตอบเช่นไรบ้าง ผมนั่งมองดูใกล้ ๆ ด้วยใจระทึก สีหน้าก้อยดูสดชื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากคำกล่าวของพ่อเธอที่บอกว่า ทั้งคู่ดูมีความสุขดี มีตาที่คอยดูแล มีน้าที่จัดเตรียมที่นอนหมอนมุ้ง ทุกคนถนอมหลานด้วยใส่ใจอย่างดี

อาจเป็นเพราะเด็กทั้งสองไม่ได้มานอนที่ร้อยเอ็ดมานานพอควร
อาจเป็นเพราะอาหารการกินที่สมบูรณ์พร้อม
อาจเป็นเพราะเด้กสนุกที่ไม่ต้องอยู่ในอาณัติดูแลแห่งบิดามารดร
หรืออาจเป็นเพราะมันเป็นสัญญาณแห่งความห่างไกล…

 

–,,–

 

5.

เสียงประกาศภาษาอังกฤษที่ฟังยากแต่พออนุมานได้ว่าให้เก็บของลงใต้ที่นั่ง ปรับเก้าอี้ตั้งตรง ปิดเครื่องมือสื่อสาร แล้วไฟก็ดับ ก้อยอิงหัวมานอนบนไหล่ผม ดูผ่อนคลายและพร้อมที่จะหลับไหล เธอคงดีใจที่วันแรกขงการห่างเด็กน้อยเป็นไปด้วยดี ผมก็ผ่อนคลายที่เธอมีกิริยาเช่นนั้น

50254
หน้าตามึง ไม่เข้ากับโทนเรื่องเลยนะครับ

ผมเปิดไฟบนหัวก่อนก้มลงหยิบหนังสือ “ถนนสายหนึ่ง” ของวรพจน์อีกเช่นเดิม อ่านไปได้สักบท สมาธิก็หลุดลอย แม้ดวงตายังจดจ้องแต่สมอคิดไปไกลกว่านั้น

นึกถึงแผ่นหลังของไอโฟนที่เดินเข้าไปในโรงเรียนแบบไม่เหลียวกลับมา จินตนาถึงนิทราของไอติมที่กอดก่ายหมอนข้างอย่างสบายใจ ไร้ผู้เป็นพ่อเป็นแม่

 

ผมคิดถึงวันที่ใส่รองเท้าอดิดาสสีน้ำเงินคู่งามเดินขึ้นรถทัวร์สาย 927 กรุงเทพฯ-มุกดาหาร เพื่อร่ำเรียนมหาลัย
คิดถึงสายตาพ่อกับแม่ที่อยู่ในรถกระบะวันที่มาส่งแล้วผมบอกว่าไม่ต้องลงมาก็ได้
คิดถึงตอนอยู่บนเวทีในงานแต่งด้วยชุดสูทสีขาวกับเจ้าสาวที่ตอนนี้หลับไหลไปแล้ว

คิดถึงคำกล่าวมั่นสัญญาว่าจะดูแลเธอให้ดีตลอดชีวิต ก่อนจะเหลือบสายตาไปมองพ่อกับแม่ผมที่อยู่เบื้องล่างส่งยิ้มให้กำลังใจในวันที่คำมั่นสัญญานั้นแปลว่าผมมีครอบครัวเป็นของตนเอง ซึ่งหมายถึงการเติบโตไปอีกขั้น ห่างไกลไปอีกก้าว ประสมกับน้ำตาแห่งสุขปนเศร้าของท่านทั้งสอง

ผมปิดไฟ ปิดหนังสือ ปิดตา และกำลังจะหลับในไม่ช้า ดินแดนลูกพระอาทิตย์รอผมอยู่

ตอนนี้ผมกับก้อยสบายใจว่าลูกเราไม่เป็นอะไร แต่ลึกกว่านั้น ความกังวลใจอันใหม่ก็ส่งกลิ่นมาทดแทน ความคิดห้วงสุดท้ายก่อนหลับไปของผมคือ

“ทั้งคู่คงจะโตในอีกอีกไม่ช้า แต่นั่นก็แปลว่า คงถึงเวลาของความห่างไกล…”

 

ลิง
1.2.17
ร้อยเอ็ด – ดอนเมือง – นาริตะ

 

 

One Reply to “Japan Diary ขรุขระ ณ ปลาดิบ #2 : เติบโต?”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s