ความรักเมื่อจะมาก็มา และถึงเวลาก็ไป -Mr.Hurt มือวางอันดับเจ็บ-

1

ความรักเมื่อจะมาก็มา และถึงเวลาก็ไป

น่าจะเป็นอีกบทสรุปที่ผมได้รับจากกการดูหนังฟิลกู้ดของ Tranformation Film ที่ถูกปล่อยออกมารับกับเทศกาลวาเลนไทน์นี

Mr. Hurt มือวางอันดับเจ็บ

77c68d66761d2c1fd0f4ef4403f85842.jpg

เรื่องย่อ

เรื่องราวของ ดอน สีชัง (ซันนี่) นักเทนนิส ใจร้อน เสียงเห่ย แต่เก่งเสียจนติด Top 10 ของโลก ชีวิตมีความสุข พร้อมทุกด้าน อีกทั้งยังคบหากับ แอนนา (มารี) ดาราสาวดาวรุ่งสุดพีค แต่ในชีวิตของมนุษย์ก็ย่อมมีขึ้นมีลง วันหนึ่งดอนขอดาราสาวแต่งงาน สิ่งที่เขาได้รับกลับเป็นกลายเป็นคำบอกเลิกแบบไม่ทันตั้งตัว แล้วแอบไปคบกับ จิมมี่ เดอะร็อกเก็ต (เผือก) ร็อคสตาร์แห่งยุคแทน ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทุกอย่างของชีวิตดอนก็พังลง

ในที่สุดเพื่อน ๆ และพ่อของดอนก็ทนไม่ได้ที่ดอนทำตัวแบบนั้นจึงให้เขากลับไปที่พัทยาเพื่อไปรำรึกความหลังครั้งเก่าที่เคยซ้อมเคยเติบโตมาเผื่ออาจจะทำให้อะไร ๆ ดีขึ้นมา แล้วดอนก็ได้กลับมาเจอ ดิว (หลิน) เพื่อนที่ทุกคนคิดว่าเสียชีวิตไปแล้วเข้ามาทักทาย ทั้งสองก็ไปเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ในวัยเด็ก แล้วดิวก็สัญญาว่าจะช่วยดอนทำให้แอนนากลับมาคบกับดอนให้ได้เหมือนเดิม



c0vpr6tucaa88ru

2

หนังได้นักแสดง ทั้งซันนี่ และเผือก การทำโปสเตอร์ องค์ประกอบต่าง ๆ ซึ่งครั้งแรกที่เห็นผมฟันธงคิดว่าเป็นหนังของค่ายดัง

เรื่องนี้พยายามขายอารมณ์กวนบวกฮาของซันนี่ และหากดูจากตัวอย่างคิดว่าคงใช้ประโยชน์จากเผือกอีกรายมาเป็นแม่เหล็กส่งเสริมความฮาให้กันและกัน ยิ่งสร้างความคาดหวังแก่ผู้ชมมากเพิ่มขึ้นไปอีก แต่พอจบเรื่องพบว่า หนังใช้จุดเด่นตรงนี้ได้ไม่มากเท่าที่ควร ด้วยมุกที่ใส่เข้ามา ไม่ได้สร้างเสียงหัวเราะได้มากนัก จังหวะขาด ๆ เกิน ๆ แซวคนอื่นมาก ซ้ำยังยัดใส่เข้ามาแบบไม่มีปี่ขลุ่ยหลายอย่าง ยิ่งในช่วงสำคัญของเรื่องที่น่าจะขึงขังจริงจังบ้าง แต่กลับตัดเข้ามุกฮาอย่างไร้เหตุผล ทำให้อารมณ์สะดุดและหนังดูเบาลงไป

แก่นของเรื่องที่หนังเองพยายามสื่อ อยู่ในช่วงท้าย ๆ ของเรื่องน่าจะเป็นการปล่อยวางจากสิ่งที่เป็น และการมองรอบกาย ความรักอาจอยู่ข้าง ๆ เราก็ได้ แต่ด้วยพยายามเน้นความฮาเกินไปทำให้มองในจุดนี้ไม่ชัด อารมณ์คล้ายเรื่อง ATM เออรัก เออเร่อ ที่ไม่ได้เน้นแก่น แต่เรื่องนั้นต้องยอมรับในความฮา ซึ่ง มือวางอันดับเจ็บ ยังด้อยกว่าในเรื่องจังหวะ

ตัวหนังมาลื่นตอนท้าย ช่วงที่ดิว หายไปอีกครั้ง ซึ่งช่วงนี้ไม่ค่อยมีมุกห้าบาทสิบบาทแทรกมากนัก หนังได้ใช้ element ที่สร้างมา ปูมาได้บ้าง (แต่ไม่ครบ) ทำให้อมยิ้มกับการแสดงของตัวเอก และเรื่องราวที่ดูแล้วโรแมนติกพอดี ไม่เลี่ยน ทำให้รู้ว่าผู้กำกับเก่งเรื่อง โรแมนติก (แต่ไม่แน่ใจว่าเพราะอะไรหนังถึงพยายามไปชูจุดเด่นเป็นความฮา)

ซันนี่ (ดอน) ในเรื่องนี้แสดงได้ตามมาตรฐานที่เป็น แต่เป็นในเรื่องของบทและผู้กำกับที่ไม่สามารถดึงเอาความเป็นซันนี่ออกมาได้มากเท่าไหร่นัก มีความพยายามให้มีเสียงโทนต่ำ อารมณ์เฉย ๆ ของพระเอก แต่กิริยาไปอีกทางซึ่งอย่างที่บอก บางอังจังหวะก็ไม่ได้จริง ๆ

ความดีงามของเรื่องที่โดดเด่นในเรื่องนี้คือ หลิน (ดิว) ที่แทบจะแบกหนังไว้ทั้งเรื่อง ความสดใสของเธอปรากฏในทุกซีนที่ออกมา ด้วยคาแรคเตอร์ที่ลึกลับ (ในเรื่องหายไปจากชีวิตดอนสิบปี แถมทุกคนคิดว่าเธอตายแล้ว) ทำให้คนดูอยากรู้ว่าเธอเป็นอย่างไร แต่ก็น่าเสียดายที่หนังปูมาทางนี้ได้ดีแล้ว กลับไม่ได้ใช้ประโยชน์จากความลึกลับตรงนี้มากนัก แต่กระนั้น ด้วยรอยยิ้มของเธอ มาดกวน หรือบทสนทนาที่ลงตัว จึงทำให้ผู้ชม (อย่างผม) ตกหลุมรักเธอได้ไม่ยาก

อีกส่วนหนึ่งที่น่าเสียดายเป็นอย่างมากคือ ส่วนนักแสดงสมทบ ทั้ง จิมมี่ เดอะร็อคเก็ต (เผือก) และ แอนนา (มารี) ที่ดูคล้ายจะมีบทบาทสำคัญ แต่ก็มีความรู้สึกว่าแบนราบเกินไป ตัวเผือกเองน่าจะถูกวามาให้ประชันความฮากับซันนี่ แต่เอาเข้าจริงก็แทบจะไม่มีอะไรมากมาย และในตอนท้ายพยายามจะทำให้ทั้งคู่มาพูดคุยปรับความเข้าใจกัน แต่ก็ดัยใส่มุกตลกเข้ามาทำลายบรรยากาศที่อุตส่าห์สร้างมา ซึ่งผมมองว่าตรงนี้สามารถจับใจผู้ชมได้ สอดแทรกบางอย่างลงไปได้

แอนนา ผู้ทำให้ชีวิต ดอนพัง ก็ไม่ได้โดเด่นมากนัก เรื่องไม่สามารถทำให้ผู้ชมดูออกว่า ดอนรัก แอนนามากแค่ไหน ยิ่งพูดความรักระหว่าง เผือก ยิ่งไปกันใหญ่ ผมไม่คิดว่าทั้งคู้รักกันด้วยซ้ำไป ดูห่างเหิน คบกันเพียงเพราะว่า บทบอกว่าคบกัน ซึ่งโดยรวมทั้งหมดแล้ว ไม่ใช่ว่าทุกคนไม่ดีนะ แต่แค่เสียดายที่มีหลายอย่างถูกสร้างมา ปูมาดีแล้ว แต่กลับถูกทำลายด้วยมุกต่าง ๆ ที่ถูกใส่มาเกินพอดี พยายามตลก จนไม่เหลือเวลามาเล่นเรื่องเหล่านี้ (น่าเสียดายอีกครั้ง)

อีกอย่าง เพลงประกอบเรื่องนี้เท่าที่ฟังเพราะนะ แต่ในเรื่องก็ถูกใส่เข้ามาแบบผิดจังหวะ ยิ่งตอนที่แอนนาจะเดินจากไปในตอนท้าย ถูกยัดใส่เข้ามาแบบว่า เฮ้ย! เอากันแบบนี้เหรอ คือ เพลงเพราะแต่จังหวะไม่ได้

ถึงแม้ความเห็นทั้งหมดของผมโดยรวมจะเป็นการติ แต่เป็นการติที่เกิดจากความเสียดาย เพราะหนังเองสามารถไปได้ไกลกว่านี้ สนุก ซึ้ง หวาน เศร้า ไม่แพ้ค่ายดังเลย ด้วยการที่ต้องการขายความฮามากเกินไป จึงทำให้หนังไปไม่สุดสักทาง จะซึ้งก็ไม่ซึ่ง จะฮาก็ไม่ฮามาก

แต่โดยรวมแล้วหนังไช้ได้ ดูเพลิน เหมาะกับคู่รักในวันวาเลนไทน์ และเหมาะกับคนไร้คู่ด้วยเพราะไม่ได้หวานเกินไป

 


3

 

cover_1829

“ความรักก็เหมือนทัวร์นาเม้นเทนนิส เมื่อมันจบไป ไม่ว่ามึงจะแพ้หรือชนะ มันก็จบไปแล้ว ต้องมองไปทัวร์นาเม้นต่อไป แล้วทำให้มันดีที่สุด” 

หนึ่งในหมัดเด็ดที่ถูกปล่อยออกมาจากในฉากที่ เพื่อนพยายามปลอบใจดอน ทำให้ผมสะดุดคิด เกี่ยวกับการยึดติด ไม่ว่าจะเรื่องความรักหรือเรื่องอื่น ๆ ในชีวิตคนเรา ซึ่งหลายครั้งเราเอาอดีตกับอนาคตเป็นที่ตั้งมากเกินไป จนหลงลืมไปว่า ปัจจุบัน เราต้องทำหน้าที่อะไร และต้องทำเพื่อใคร หากเรานำอดีตที่แสนเจ็บปวดมาใช้เป็นแผนที่ในการเดินทาง เราก็จะหลงอยู่กับทางเดินซ้ำเดิม แต่หากเราใช้อดีเพื่อเป็นบทเรียน ย้ำเตือนความผิดพลาด ล้มเหลว แล้ว เราก็จะเดินต่อไปข้างหน้าความระมัดระวัง และไม่หลงทางซ้ำเดิมอีก

อีกอย่างที่คิดว่าตัวหนังชี้ออกมาได้ดีคือ จงดูแลความรักจากคนที่รักเรา เพราะเราไม่รู้หรอกว่ามันจะมาเมื่อไหร่ และ มันจะจากไปตอนไหน คุณค่าของความรักนั้นทำให้คน ๆ หนึ่ง เป็นได้ทั้งคนดี และคนเลว…

 


 imonkeyblog

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s