คลาน- เดิน- วิ่ง และผู้หญิงส้นตีนสีชมพูที่อยู่อีกฝากของสวนสาธารณะ

วันนี้กลับมาวิ่งอีกครั้งในรอบอาทิตย์ เหมือน ๆ กับ New Year Resolution หลาย ๆ อันที่เว้าแหว่งไปพร้อมกับความตั้งใจที่ถูกกัดกินโดยสันดานเดิม ความคร่ำครวญท้อแท้กระหยิ่มเมื่อมีอำนาจควบคุมผมอีกครั้ง

-ไม่นะ!-

ผมมาถึงสวนสาธรณะกุดน้ำกินเวลาเจ็ดโมงโดยประมาณ อีกฝั่งตรงข้ามมีผู้หญิงชุดดำวิ่งอยู่ มองไม่เห็นหน้า แต่ที่ชัดเจนคือ ‘ตีน’ เพราะเธอใส่รองเท้าสีชมพูที่สะท้อนกับแดดเข้าตาผม หยั่ง-โดนกระโดดถีบลูกตา-ไงงั้น สิ่งแรกที่ผมคิดเลย คือ เดี๋ยวจะวิ่งไปแซงคอยดู พวกนานวิ่งเดี๋ยวก็เดิน ไปได้ไม่กี่เฮือกหายใจหรอก เสร็จแล้วผมก็วอร์มอัพ เสียบหูฟัง เปิดพ็อคแคสต์ที่ชอบ แล้วออกวิ่ง…

แน่นอนครับสิ่งที่เสพวันนี้ก็เป็นสิ่งที่ชอบ รายการ Money Coach ของ The Momentum (หากินบ่อยนะ ก็เรื่องมันดีแหม) วันนี้พูดถึง 10 ความคิดคนจน ชนชั้นกลาง และคนรวย ความรู้สึกแรกคือเกลื่อนวะ ใคร ๆ ก็พูด หนังสือมากมายก็บอก หลาย ๆ อันก็อะนะ คนมันรวย พูดอะไรมันก็ดี คนดี ๆ พูดอะไรมันก็ได้ ชนชั้นกรรมาชีพอย่างเรา มันจะไปมีสิทธิ์มีเสียงเถียงใครได้ ก้มหน้าก้มตาทำไป หากินกับลูกกับเมียให้รอดดีกว่า (ออกทะเลอีกแล้ว)

แต่เมื่อเข้าสู่เนื้อหา มีหลายอย่างกระตุกคิด เช่น

klvm9ezgkqs-david-schap

คนรวยคิดไกล ชนชั้นกลางคิดไกล้ และคนไม่มี ไม่คิดอะไรเลย (เปรียบเปรยนะครับ) ไม่อยากใช้คำว่าคนรวยหรือคนสำเร็จเลย ดูแล้วห่างไกลกับเรามากเกินไป ขอเปลี่ยนเป็น คนที่มีโอกาส (สำเร็จ) ดีกว่า คนพวกนี้เขาคิดวางแผนกันเป็นปี ๆ (Do a Research) ทำการบ้านเพื่อลดความเสี่ยงแล้วก็ลงมือทำ แต่ชนชั้นกลางนั้นจะไม่เสี่ยงอะไรเลย ทำตามที่ได้รับมอบหมายมา ส่วนคนไม่มีนั้น นั่งนินทาคนกลุ่มอื่น

คนมีโอกาส จะมองหาเรื่องการให้ เขาให้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มทำ แต่ชั้นกลางนั้นจะบอกว่าแค่ชนเดือนก็มีปัญญาแล้ว พวก (มึง) คนรวยสิที่ต้องให้ต้องทาน คนไม่มี ก็นินทาต่อไป… พี่หนุ่ม Money Coach ขยายความตรงนี้เพิ่มดังนี้ครับ การให้ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการแจกเงินสิ่งของช่วยน้ำท่วมอะไรแบบนี้ แต่การให้มันอยู่ในกระบวนการทั้งหมด เริ่มตั้งแต่ สินค้า บริการที่คนมีโอกาสจะลงมือทำ เขาจะหาว่าสิ่งเหล่านั้นมันจะให้อะไรแก่ คน สังคม หรือลูกค้า ตอบโจทย์หรือแก้ปัญหาอะไรทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนเหล่านั้นดีขึ้นได้อย่างไร เห็นไหมครับว่าแค่เริ่มก็ให้แล้ว และการให้ได้ได้แปลว่าเป็นตัวเงิน ของมีค่า แต่ชนชั้นล่างลงมา จะมองหาผลประโยชน์ จะได้อะไร เสียอะไร ผมไม่ได้ว่านะครับเพราะผมก็เป็น ก่อนลงมือทำอะไรผมจะคิดก่อนว่าขายได้ไหม กำไรเท่าไหร่ (ไม่ผิดนนะ เราถูกสอนมาแบบนี้ คนผิดคือครู หรือคนสอนโน้น โยนไปได้อีก)

ตรงนั้นก็ทำให้ผมกลับมาย้อนคิด (อีกแล้ว) ว่าตอนนี้เราทำอะไรไปแล้วบ้าง กำลังวิ่งถึงจุดไหน โอ้ อย่าว่าวิ่งเลย บอกผมกลับมาคลานอีกครั้งจะดีกว่า ตอนนี้ New year resolution ที่ตั้งเป้าไว้ก็ยังทำได้ไม่ครบเลย เริ่มท้อและกลับไปนอมมองเพดานอีกครั้ง นี่ก็จะสิ้นเดือนแล้วตั้งเป้าว่าจะสรุปสิ่งที่ทำในทุก ๆ เดือน แต่ตอนนี้ไม่อยากจะทำ อายตัวเอง ไม่กล้าเผชิญหน้ากับตัวเลขหรือผลของการกระทำกับเป้าที่ตั้งไว้เลย มีเพื่อนนคนหนึ่งมักถามผมว่า ผมทำอะไรถึงไหนแล้ว ผมก็บ่ายเบี่ยงเลี่ยงไปไม่ตอบคำถาม เปลี่ยนเรื่องคุย หรือทำเป็นยุ่ง ที่จริงก็อายนั่นแหละที่เป็นคนเหลาะแหละแบบนี้…

เสียงฝีเท้าไล่หลังมาขณะที่ผมวิ่ง (เรียกว่าเดินเร็วดีกว่า) เธอผู้เอาส้นตีนสีชมพูกระแทกตาผมในตอนแรกวิ่งแซงผมไป ความเร็วในการวิ่งไม่เท่าไหร่ แต่ไม่ตก -อ้าวเอ้ย! ไม่เหมือนที่มึงคุยไว้นี่น่า- จากที่จะแซงเขากับเป็นผมที่ต้องวิ่งดูส้นตีนชมพูสลับซ้ายขวานำหน้าและเริ่มห่างไปแทน

ผมรู้ซึ้งทันทีว่าเธอตัวจริง

เอาะวะ! ผมเริ่มสลับขาก้าวตาม เออดีขึ้น ผมมองเธอเป็นเป้าหมายแล้วเคลื่อนที่ตามเธอไป ช่วงห่างน้อยลงแต่ก็เป็นได้ไม่นาน ผมหมดแรงแล้วเดินต่อปล่อยให้เธอหายไปในโค้งศาลาด้านหน้า ผมร้อง “อ้อ” ในใจทันที เรื่องนี้มันบอกผมว่า การที่เรามีไอดอลในการใช้ชีวิตหรือเรื่องต่าง ๆ นั้นมันทำให้เราไปเร็วขึ้น แต่การเร็วขึ้นมันก็ต้องดูแรงที่เรามี ความสามารถที่เราใช้และความสุตสาหะของเราเขาไป บวก ลบ คูณ หาร ด้วย ถ้าเรายังมีพื้นฐานไม่พอ แรงใจไม่เหลือ หรือแม้แต่ศักยภายอ่อนด้อย ความเร็วนั้นก็จะค่อย ๆ ตกลง และหายไป

แต่! ใช่ว่ามันจะต้องหยุด ใช่ว่ามันจะต้องหาย แม้เป้าหมายหรือแบบอย่างของเราจะเคลื่อนหายไป แต่นั่นไม่ได้เกี่ยวว่าเราจะเลิกมันหรือทำต่อ ถามใจตัวเองสิว่าอยากทำมันไหม อยากกระโจนตัวไปข้างหน้าอีกหน่อยหรือเปล่า ถ้าอยาก หาวิธี ถ้าอยากก็อย่าหยุด ก้าวไปแม้เพียงมลลิเมตร ก้าวไปแม้เป้าหมายจะไกลออกไปทุกที

ผมเชื่อว่าการที่เราเลิกทำสิ่งต่าง ๆ ตามที่ตั้งใจนั้น มันไม่ใช่ว่าคุณไม่อยากทำมันหรอก แต่คุณเหนื่อยและไม่พร้อมมาก และอายเมื่อนำผลลัพธ์มาเทียบกับเป้าหมาย และเอาเวลาที่ผ่านไปมาลดทอนกำลังใจตัวเอง ลองคิดว่าคุณวิ่งสิ อยู่ดี ๆ ให้วิ่งเร็ว วิ่งไกล ไม่มีใครทำได้หรอก ทั้งที่มันเป็นเรื่องง่าย ๆ ที่ใคร ๆ ก็รู้ ว่าวิ่งมันทำอย่างไร มันเป็นเช่นไร แต่เมื่อเราจะเข้าสู่โลกของการวิ่งหรืออะไรก็ตาม คุณจะเห็นรายละเอียดของมัน ความยากของมัน ความโหดร้ายและอุปสรรคของมัน ตอนนี้แหละที่คุณจะต้องมาถามตัวเอง ว่าคุณอยากทำมันจริงหรือเปล่า

หัวผมตอนนี้คิดถึงเรื่องสั้น กฏของการเขียนเรื่องสั้นนั้นคือ ชัดเจน เขียนที่แก่น เขียนถึงสิ่งที่อยากบอกทันที เขียนในเรื่องราวที่จำเป็นก่อน ส่วนที่เหลือคือใส่ทีหลัง ใส่ด้วยความจำเป็น เทคนิคมาทีหลังสิ่งที่อยากพูด เพราะเรามาพื้นที่จำกัด–ชีวิตก็เช่นกัน เราคนที่มุ่งทำในสิ่งที่อยากเป็น อยากได้ ก็จะเป็นคนที่สำเร็จในชีวิต เลือกสิ่งที่อยากบอก เลือกทางที่อยากไป เพราะเวลามีจำกัด หากมัวแต่เปลี่ยนไปมาหรือเอาเวลาไปท้อแท้ก็หมดกัน เพราะชีวิตไม่ได้ยาวเหมือนนิยายอย่างที่เราเข้าใจ มันเป็นแค่เรื่องสั้นเรื่องหนึ่ง และแก่นที่แข็งแกร่งจะบอกได้ว่าชีวิตหรือเรื่องสั้นของคุณ ดีและสวยงามแค่ไหน …

ผมวิ่งสลับเดินมาถึงรถจักรยานของผมที่จอดอยู่ หยุดพิมพ์แก่นของบล็อคตอนนี้ลงไว้เพื่อจะได้ไม่ลืม พิมพ์สิ่งที่อยากจะทำลงในไดอารี่ออนไลน์

วิ่งสิ! เหนื่อยก็พัก แล้วมาวิ่งใหม่ ไม่งั้นเป้าหมายก็ลอยหายไปไกลกว่าเดิม จะไปเริ่มสิ่งใหม่ ก็ยิ่งไกล ๆ ๆ กว่าที่เราเป็น

gr-uhikpqwc-isaac-wendland

อย่าอาย! เพราะไม่มีใครเชื่อว่าเราทำได้ทุกคนหรอก ถ้าเราทำได้กำไรอยู่ที่เรา คนที่รักเราเขาอยู่ข้างคุณและเป็นกำลังใจเสมอ จงอายที่เลิกทำดีกว่าอายเพราะไม่สำเร็จ NY Resolution ก็กลับไปทำ แม้มันจะได้น้อยแต่มันจะเป็นพื้นฐานของปีหน้า และเชื่อว่ามันจะดี ชื่อก็บอกว่า ให้ทำทั้งปีแล้วมาสรุป อย่าเสือกสรุปทั้งที่ผ่านแค่เดือน อย่ากลัวใจจะล้อ จงกลัวที่จนึกถึงมันตอนที่ไม่ได้ทำแล้วต่างหาก อย่าท้อเพราะคิดว่าไม่มีไม่เสร็จ แต่จงทำให้เสร็จจนไม่มีเวลาท้อ

ผมเหลือบมองเธอที่กำลังจะวิ่งวนครบอีกรอบมาแซงผม ยังไงก็ขอแก้แค้นหน่อย ผมเดินลงมาแถว ๆ ที่เธอจะวิ่งผ่านและคิดว่ามองเห็นผมแน่ ๆ แล้วแกล้งยกแข้งขาสลับไปมาจนเธอวิ่งผ่านไป สำเร็จ

ผมหันหลังกลับไปจับจักรยานด้วยเท้าที่ส้วมผ้าใบสีแดงเข้ม “มันต้องเตะตามึงบ้างละ” ผมคิดในใจ

มันไม่ได้อะไรหรอก เธอไม่ได้คิดมากมายหรือกวนตีนแบบผมแน่ๆ … คิดว่าผมไร้สาระสินะครับ มันไม่ได้ไร้สาระหรอก มันเป็นสารที่จะบอกเธอว่า รองเท้าแดงคู่นี้ จะวิ่งต่อไป ไม่หยุด  มันจะวิ่งไล่ตามสีชมพูของเธอด้วยความมั่นคงกว่านี้ ขอบใจมากนะที่ช่วยเป็นเป้าหมาย และสักวัน เท้าแดงคู่นี้ จะไปให้ไกล ไกลกว่าที่มันคิดว่ามันจะทำได้…

ลิง

26.1.17

 

 

 

2 Replies to “คลาน- เดิน- วิ่ง และผู้หญิงส้นตีนสีชมพูที่อยู่อีกฝากของสวนสาธารณะ”

    1. เริ่มจากเดินก่อนก็ได้ หรืออะไรก็ได้ พาตัวเองออกจากที่คุ้นเคยให้ได้ก่อน เดินไปเรื่อย คิดไปเรื่อย แล้วก็เริ่มวิ่ง เหนื่อยก็หยุด เพราะเป้าหมายเราคือการไปในที่ ๆ ไม่เคยไป

      ถูกใจ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s