“พุทธศักราชอัสดงฯ”กับทรงจำรางเลือนที่เลือนราง ซ้อนทับทรงจำของทรงจำ อีกที และอีกที…

1.

จำได้หรือเปล่า? 

ผมนึกถึงคำถามที่เธอถามผมเมื่อนานมาแล้ว จำประโยคเต็มไม่ได้ด้วยซ้ำ จำได้เพียงว่าผมนั่งนึกอยู่สักพักก่อนเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนั้น เรื่องที่เธออยากรู้ วันที่เรากระทำสิ่งนั้น สิ่งสัมพันธ์และเหตุการณ์สำคัญของช่วงชีวิต ผมเล่าสลับชะงักด้วยคำขัด “ไม่ใช่ ๆ” ของเธอแล้วแก้ไขทรงจำของผมด้วยทรงจำของเธอเป็นระยะ มีบางอย่างที่ขัดกัน มีบางอย่างที่เออออเพิ่มเติมลงไปในทุกครั้งที่เราเริ่มต้นรำรึก ก่อเป็นทรงจำใหม่ในทรงจำเก่า เป็นเรื่องเล่าที่เรื่องเดียวกันที่แตกต่างอย่างน่าสงสัย ว่าเหตุการณ์ใดเป็นจริง เป็นปลอม ทั้งที่เป็นเรื่องของสองเรา หรือแท้จริงแล้วมันอาจเป็นเพียงเงาที่เกิดขึ้นในฝันเท่านั้นเอง


2.

เกิดความรู้สึกว่าทรงจำในสำนึกเก่าของตัวเราเหล่านั้นเป็นความจริงหรือไม่ อันไหนลวง อันไหนลืม อันไหนถูกตัดแต่ง บิดดัดหรือแสร้งสร้าง ตั้งแต่เริ่มอ่านนิยายเล่มล่าสุดของคุณ ‘วีรพร นิติประภา’ นักเขียนซีไรท์สาขานวนิยายคนล่าสุดจากเรื่อง ‘ไส้เดือนตาบอดในเขาวงกต’ โดยเรื่องใหม่มีชื่อเรื่องที่ยาวเหยียดว่า

‘พุทธศักราชอัสดงกับทรงจำของทรงของแมวกุหลาบดำ’ 

ซึ่งเป็นนิยายที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวอพยพชาวจีนโพ้นทะเล ที่หอบหิ้วกันมามีลูกหลานอาศัยอยู่ในประเทศไทย ที่ซ้อนทับกับเหตุการณ์เมืองที่วุ่นวายของประเทศไทย แล้วยังทับซ้อนด้วยชุลมุลของประเทศจีน กอรปกับที่มาที่ไปของตัวละครที่หลากหลายในเครือตระกูลที่หอบกันไปมาหลายจังหวัดตามเหตุการณ์และจังหวะของชีวิต ทั้งพระนครฯ แปดริ้ว สุราษฐานี มาเลเซีย ฯลฯ ซึ่งแต่ละตัวก็มีชีวิตที่แต่กต่าง เทาทึม หม่นมืด กันไปตามความรู้สึกนึกคิดและประสบการณ์ที่สั่งสมกันมา มิหน่ำซ้ำ เล่านั้นยังถูกเล่าผ่านตัวละครที่ร่วมในเหตุการณ์บ้าง ไม่ร่วมบ้างอีกต่างหาก…


3.

“ตัวเองรักเค้าตอนไหน?”

เธอถามแทรกในความครึ้มหนาวใต้ก้อนเมฆเหนืออุ่นไอของเตียงสปริงราคาถูก ผมบีบจมูกตัวเองก่อนเหลือกตาทำท่าทางนึกย้อนไปราวกับมันเป็นเรื่องเมื่อร้อยปีที่แล้ว ครวญคำถามในใจว่าเมื่อไหร่กันที่เราเกิดความรู้สึกเช่นนี้ นานพอควร ฝ่ามือน้อยของเธอก็ตีลงบนบ่าเบา ๆ พร้อมเสียงที่เริ่มงอนกล่าวหาว่าผมไม่ได้รักเธออย่างจริงจัง

บ่อยครั้งที่เธอชอบถามคำถามนี้ แล้วแต่ละครั้งผมก็จะนึกเหตุการณ์ วันและเวลาต่างกันไปมาเล่าให้เธอฟัง ประทับใจในยิ้มแรกบ้าง อุ่นไอจากมือน้อยเมื่อครั้งที่สัมผัสในร้านอาหารสุดโปรดบ้าง ประโยคแสนหวานจากหนังเรื่องเยี่ยมที่เรานั่งเคียงกันในวันนั้นบ้าง ตามแต่จะนึกหวนมาอวดอ้าง ในบางครั้งเธอก็เขินอายเมื่อได้ฟัง บางครั้งก็ทำเป็นโกรธขึ้งจากความสับสน แล้วอมยิ้มที่มุมปากเล่าทรงจำของเธอแลกเปลี่ยนกัน พูดคุยกันถึงความหลังครั้งสดสวย และเจ็บช้ำกันอย่างสนุกสนาน ก่อนที่เธอจะดึงทรงจำความผิดพลาดบางอย่างมาพูด แล้วกระฟัดกระเฟียดเดินหนีหายไปในเงาสีขาวของทรงจำ

ผมนั่งจ้องนิยายในมือที่กระตุ้นความหลังครั้งนี้อย่างเหม่ลอย เสือกตาไปมุมซ้ายขวาที่เธอเคยอาศัย กลิ่นกรุ่นกายยังสำนึกลึกซึ้งในสมอง ลวงตาผมให้เห็นเธอแว่บไปมาพร้อมจานของว่างแสนอร่อย แล้วจากหายไปเหลือเพียงแมวดำตาดุ แสนหยิ่งจองหอง นั่งเอาหางตบพื้นในจังหวะ 1… 2… 3….


4.

%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%a8%e0%b8%94%e0%b8%872

สิ่งที่ชอบและความโดดเด่นของนิยายเรื่องนี้คือภาษา ระย้าย้อยห้อยสวยงามตามแบบฉบับและเอกลักษณ์ของนักเขียน ผู้เป็นเซียนด้านนี้ ความสว่างของถ้อยคำนำเราให้เข้าสู่เนื้อหา สัมผัสนอกในแซมแทรกอย่างลงตัว แต่บางช่วงตอนก็ทำเอาผู้อ่านแขว่ได้เหมือนกัน ด้วยอุปมาคมกริมเห็นภาพตามสำนึกของผู้อ่าน ดึงสมาธิไปสู่สิ่งที่เปรียบเปรยจนจิตหลุดจาก้รื่อง ต้องสูดลมแล้วเพ่งอ่านใหม่อีกรอบก็หลายครั้ง (อาจเป็นคนเดียวหรือเปล่าเนื่องด้วยระดับของการอ่านยังไม่ถึง)

แต่ใช่ว่าภาษาจะดีอย่างเดียว เนื้อเรื่องกลับเกี่ยวกันพันข้องอย่างสนุกสนาน จากคนหนึ่งสู่คนหนึ่ง ถึงสิ่งหนึ่ง ได้อย่างลื่นไหล ด้วยเรื่องไม่ใช่เส้นตรงแต่ก็ไม่ได้ทำให้งงในสถานการณ์ ค่อย ๆ เขียนให้ผู้อ่านนึกตามเห็นภาพโครงร่างมหึมาของเรื่องได้อย่างลงตัว ค่อย ๆ เผยความลับ ทึมเทา เหนียวหนืด เข้มข้ม ก่อนจมหายไปในห้วงรู้สึก ตัวละครแต่ละตัวสีเทาสว่างสลับมืด มีดีชั่วปนเปราวกับมีชีววิต มีเกล็ดเล็กน้อยของประวัติศาสตร์มายั่วล้อแต่ไม่ลงลึง ให้อยากรู้ ให้อยากตามและหาข้อมูลเพิ่มเติม ไม่ได้บอกว่าฝั่งไหนหรือข้างใดถูกผิด เพียงแต่แตะ ๆ บางช่วงชีวิตตัวละครเท่านั้น ซึ่งผมเองอยากให้ลงลึกอีกสักหน่อยให้มีรสขมปร่าเพิ่มเข้าไปคงกลมกล่อมครบรสกว่านี้

ตัวเรื่องหลักสะท้อนถึงวิถีชีวิตของคนพลัดถิ่น ที่แปลกแยกในแผ่นดินคนอื่น ก่อนพยายามฟื้นตัวให้ยืนไหว แล้วกลับไปผืนดินเดิมแล้วพบว่ากาลเวลาเลือนความเป็นตัวตนของตัวละครทำให้เป็นคนแปลกหน้าในแผ่นตัวเอง มีนัยยะของของการแก่งแย่ง ชิงดีชิงเด่นในครอบครัว ระบบศักดินา คลุมถุงชน จารีตพิศดารของประเทศสารขัณฑ์มากมายถูกบรรจุลงไปอย่างพองาม มีความเหนือจริงผ่านเรื่องเล่าจากปากตัวละครหลัก ที่ไม่พบเจอด้วยตนเองกลับพูดมันออกมาได้อย่างเต็มปากเต็มคำ แล้วมีวลีหมายเหตุต่อท้าย แค่นี้ก็เพียงพอที่จะชักจูกให้ผู้ฟังเห็นคล้อยได้ 

%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%a8%e0%b8%94%e0%b8%873

สิ่งที่ไม่ชอบอย่างหนึ่งคือด้วยที่มีตัวละครมากมาย บางช่วงเกี่ยวกัน บางช่วงตัดแยก แต่ก็ยังรู้สึกว่าไม่ได้เข้าถึงทุกตัวละครอย่างลึกซึ้งนัก มีบางคนเป็นเพียงตัวประกอบที่คล้ายจะเด่น แต่ก็ถูกเขียนจากหายไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งบางปมนิดหน่อยซึ่งอาจเขียนให้ตัวละครอื่น ทำบางเหตุการณ์แทนก็ได้ แต่คิดว่าผู้เขียนต้องการให้เห็นถึงทุกมุมมองของตัวละครและเส้นเรื่องหลัก จึงพยายามปล่อยของลงไปแต่ละส่วนแบบกระจัดกระจาย ซึ่งก็ไม่ได้เสียหายอะไรเพียงแต่ผมคิดว่ามันกระชับได้

แนะนำสำหรับนิยายเรื่องนี้ ครบรส หลากหลาย เจ็บปวดไปพร้อมกับครอบครัวโพ้นทะเลที่เลือนหายไปตามเวลา จากจุดเริ่ม ไปจุดสูงสุด ไปจุดต่ำสุด และจุดแตกดับ สมแล้วที่ใช้เวลากว่าสี่ปีในการรังสรรค์ และคุ้มค่าแก่เวลาที่แลกเอาเรื่องราวสะเทือนเรื่องนี้มา


5.

ผมวางหนังสือเล่มหนาที่มีผู้คนไร้ใบหน้าอยู่บนปก เดินมาส่องกระจกดูใบหน้าตนเอง จ้องตากับคนในนั้นราวกับเป็นคนอื่น อยากรู้ว่าคนในกระจกนั้นจะรู้หรือไม่นะว่าไม่มีเธออยู่อีกแล้วในบ้านหลังนี้ ไม่มีทรงจำใหม่ ๆ เกี่ยวกับเธอให้ได้เก็บเกี่ยวอีก เธอจากไป หายไป ด้วยเวลาแสนนานแล้ว มันไม่ชัดแน่ว่าเคยมีเธออยู่ อ้อมกอดที่อบอุ่นตอนนี้แห้งผากเป็นหน้าดินบนนาที่โดนโบยตีด้วยแดดจนแตกระแหง

ความเคยชินที่มีเธออยู่เหือดไปนานพอดู จดจำไม่ได้ว่าเหตุผลใดที่ทำให้เธอจากไป หายไปนานแค่ไหน หรือเธออาจเดินเข้าไปในห้องสายฝนห้องนั่น ตามแมวตัวนั่นหายไปในกระจกบานนี้ แอบซ่อนอยู่หลังชายที่จ้องหน้าผมตอนนี้ ผมไม่แน่ใจ กระทั่งมีสักกระแสสำนึกผุดมาถามว่า เธอเคยอยู่ที่นี่จริงหรือ เรื่องราวในอดีตมีความจริงสักเพียงไหน หรือเป็นเพียงภาวะบางอย่างที่สร้างเรื่องราวเข้าสู่สมอง ตบตีกับความเหงาที่เกิดขึ้น ก่อเกิดเป็นเธอกับความรักที่คล้ายกากเพชรล่องลอยในอากาศ ระยับจับตา แต่ไม่ได้มีคุณค่าใด ๆ ว่างเปล่า เศร้าซึม และแสนเจ็บปวด…

ไม่รู้ว่าที่จริงแล้วเธออาจเป็นเพียงเรื่องของบางคนที่ถูกเล่าจากอีกคนจนเข้ามาเป็นทรงจำของผม แล้วก็ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าที่จริงแล้วดวงตาในกระจกตรงข้ามเป็นเพียงเงาหรือไม่ เขาอาจมีจริง แล้วตัวผมก็เป็นเพียงแค่เงาสะท้อน หรือเรื่องนี้อาจไม่เคยเกิดขึ้นเลย ไร้ตัวตน 

และแม้กระทั่งผมก็อาจไม่มีในโลกใบนี้ด้วยเช่นกัน…


ลิง

22.1.17

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s