เด็กน้อยในวันที่ยังเป็นเด็กและความรู้สึกเล็ก ๆ ของผู้ใหญ่ที่ไม่อยากให้ลูกโต

​อาทิตย์นี้ผมได้กลับบ้านตั้งแต่วันศุกร์ เพราะมีทำงานในวันอาทิตย์ ดังนั้นผมจึงมีโอกาสจัดการเด็ก ๆ ให้ไปโรงเรียน ผมชอบนะการที่ตื่นมารีบเตรียมอาหารเช้า เสื้อผ้า แบกหนูน้อยทั้งสองโยนลงถังน้ำชำระร่างกาย จนกระทั่งเอาขึ้รถมอร์เตอร์ไซค์ แล้วมัดด้วยเชือกรัดของ (ทำยังกะลูกเป็นลังเบียร์) แล้วแว้นไปส่งโรงเรียน

เด็ก ๆ ก็สนุกถ้าวันไหนผมเป็นคนเตรียมเหล่านี้ให้ หลังจากกินข้าวแล้วทั้งสองก็ขึ้นรถ โรงเรียนไอติมใกล้กว่า จึงหย่อนลิงน้อยลง วันนี้ไม่งอแง เดินลงแบกกระเป๋าโบกมือบ้ายบายอย่างมีความสุข ก่อนจะไปวิ่งเล่นที่สนามเด็กเล่นกับเพื่อน ๆ จากนั้นผมก็ปัดท้ายบิดคันเร่งปาดหน้าหลังไปส่งไอโฟน (ที่จริงก็ขับกระต๊อกกระแต๊กไปอะนะ บั่บว่าอยากแว้นบ้างแต่แว้นไม่เป็น แง่ม ๆ) 

เมื่อถึงโรงเรียนหย่อนเงินให้หนูน้อยสิบบาท เจ้าตัวเล็กขอหอมแก้ม จุ๊บปาก และบ้ายบาย วิ่งเข้าไปแบบไม่มีสักวินาทีที่หันมามองเรา ต่างกับเราที่ยืนมองเขาวิ่งไปจนพ้นเขตรัศมีสายตาที่มองเห็น

แปลก ๆ ดี…

ในเช้าวันต่อมาผมก็พาลูกสาวคนเล็กไปทำการแสดงที่สวนสาธารณะ อันเป็นที่จัดงานวันเด็กของทางเทศบาล หนูน้อยวัยสามขวบ ก่อนขึ้นเวทีกระดี้กระด๋าน่าหมั่นไส้หมั่นเขียวผู้เป็นพ่อมาก ผมทั้งกัดทั้งหยิก หอมดอมดม ประสมดึงจมูกตลอดเวลา หนูน้อยก็หัวเราะก่อนขึ้นเวทีอย่างสนุกสนาน และเมื่อถึงเวลาดารแสดง กลับยืนหน้านิ่งทำอะไรไม่ถูก แต่ก็น่ารักตามประสาเด็ก ๆ 

ร่าเริงนะคะ

ผมแอบมองผู้เป็นแม่ถ่ายรูป ร้องเชียร์ให้โยกย้ายตามเสียงเพลง แต่ก็ไม่ได้ผล ไอติมยังยืนงงจนจบเพลงด้วยท่าทางของเสาไม้ ส่วนผมก็หัวเราะทั้งลูกและเมียที่เชียร์ยังกะดูมวย

งงคะ งง ทำไงอ่ะ ลอกหน่อย

และเมื่อการแสดงเสร็จ เด็ก ๆ ก็ลงมาให้พ่อแม่ชื่นใจ ก่อนพาลิงน้อยเดินทัวร์งานวันเด็กได้ขนมติดไม้ติดมือตามสมควร โดยมีเสียงโอดครวญของผู้เป็นแม่บ่นว่าน่าจะเอากระเป๋าเป้มาใส่กลับไปด้วย
เมื่อกลับมาถึงบ้าน พบว่าไอโฟนไปงานวันเด็กกับอาจั๊กและเด็กน้อยคนอื่น ๆ โดยไม่มีผมกับภรรยา ซึ่งปกติแล้วเวลาไปกิจกรรมแบบนี้จะเป็นผมที่พาไป ซึ่งจะว่าดีก็ดีนะ แต่ก็แปลก ๆ ดี อีกอยู่ดี…

เมื่อถึงตอนเย็น อยู่ดี ๆ ก้อยก็อยากกลับร้อยเอ็ด อ้าว ยังไงคร่ะเธอ ปุ่บปั่บ ก็จะเอา ๆ ไม่ไหว ๆ ก็เลยเก็บข้าวเก็บของกันใหญ่ ระหว่างนั้นไอติมก็เต้น พร้อมทำท่าดีใจจะได้ไปหาตา ส่วนไอโฟนกลับเล่นกับขวัญข้าวโดยไม่สนใจพวกผมเลย

เมื่อเก็บของเสร็จ ก็เรียกไอโฟนไป ปรากฏว่าไอโฟนบอกว่าไม่ไป อยากอยู่ที่บ้านกับขวัญข้าว เฮ้ย ไอโฟน ใครจะดูลูก หนูจะอยู่กับใครผมถามหนูน้อย 

“หนูนอนคนเดียวได้แล้ว จะเจ็ดขวบแล้ว ป๋าบอกเองนิว่าหนูโตแล้วต้องอยู่คนเดียว เวลานอนป๋าก็ชอบอุ้มหนูไปนอนที่นอนคนเดียวอยู่แล้ว แค่นี่ไอโฟนอยู่ได้” เสียงเด็กน้อยตอบผมด้วยแววตาไม่สั่นไหวแม้แต่น้อย “มันไม่เหมือนกันนะลูก ใครจะหาข้าวให้หนูกิน ใครจะอยู่กับหนู” แม่ก้อยถาม “ไม่ไอโฟนไม่ไป” เจ้าหนูยืนยัน…
แต่สึดท้ายทั้งสี่คนพ่อแม่ลูกก็เดินทางไปสู่ร้อยเอ็ด สาเกตุนคร โดยไอโฟนไม่เต็มใจมากนัก เมื่อมาถึงไม่นานเด็ก ๆ ก็หลับเพราะคงเหนื่อยกับการเดินทางและตอนมาถึงก็ดึกมากแล้ว 
ก้อยอาบน้ำอาบท่าส่วนผมนั่งมองดูเด็กน้อยที่หลับไหลอยู่…

นานเท่าไหร่แล้วนะที่เราไม่ได้สนุกกับวันเด็ก นานเท่าไหร่แล้วที่เราเอาคำว่าผู้ใหญ่มาสวมครอบ ไม่สนุกกับการล่าขนมและของรางวัลในงานวันเด็ก นานเท่าใดแล้วที่ทุกอย่างเป็นภาระหน้าที่ ความรับผิดชอบ และความเจ็บปวด 

มันไม่เห็นสนุกเลย จนมันทำให้ผมคิดได้ว่า หนึ่งในความฝันในวัยเด็กที่โง่ที่สุดคือการอยากเป็นผู้ใหญ่ และผมก็กลัว… กลัวว่าเด็กน้อยของผมจะเจ็บปวดเช่นเดียวกับผม

ผมกลัวว่าวันหนึ่งเด็กน้อยเหล่านี้จะเดินออกจากอ้อมกอดของผม ออกจากความเป็นเด็ก เดินทางเข้าสู่ความรับผิดชอบที่แสนมืดมนและปวดร้าว ผมกลัวเหลือเกิน…

แต่อย่างไรก็คงจะรั้งเขาทั้งสองไม่ได้ ไม่ว่าด้วยเหตุหรือผลใด ทั้งสองลิงต้องเติบโตไปข้างหน้า สู่ชีวิตของพวกเขาเอง ทางเดินของพวกเขาเอง เดินออกไปโดยไม่มองกลับมาหาพ่อกับแม่สักเสี้ยวนาที ไม่มีแม้แต่กระผีกของความลังเล ทิ้งผมไว้เบื้องหลัง ให้กลายเป็นเพียงฐานรองของชีวิต ให้กลายเป็นเพียงแหล่งเพาะบ่มเท่านั้น…

เช่นกันในวันนั้นเราก็ทำเช่นนี้กับพ่อแม่เรา ไม่มองหรือแม้จะคิดว่าท่านรู้สึกเช่นไรในวันนั้น ภาพของพ่อที่จับไหล่แม่แล้วบอกว่า “ลูกโตแล้ว” ผุดขึ้นมาทันทีแม้ว่าผมจะไม่เคยเห็นมันก็ตาม รู้สึกเจ็บปวดและจุกแน่นในลำคอ อยากรู้ว่าท่านผ่านช่วงเวลาแบบนี้ไปได้เช่นไร…

อย่าว่าแต่ลูกต้องเป็นคนเลวเลย แค่ลูกเติบโต ก็เจ็บปวดมากพอแล้วสำหรับคนเป็นพ่อเป็นแม่….

ผมลูบหัวไอโฟน พร้อมภาพที่เขาเดินเข้าห้องเรียนไปโดยไม่หันกลับมา เสียงที่เขาพูดว่า หนู อยู่คนเดียวได้ หนูโตแแล้วยังหลอกหลอน 

คงต้องปล่อยให้มันเดินหมุนและเวียนไปสินะ ผมบอกตัวผมเองและสิ่งที่ทำได้จริง ก็แค่ลูบหัวแล้วบอกเขาว่า 

“อย่าโตเลยลูก” 
ในใจ

4 Replies to “เด็กน้อยในวันที่ยังเป็นเด็กและความรู้สึกเล็ก ๆ ของผู้ใหญ่ที่ไม่อยากให้ลูกโต”

  1. มันเป็นเรื่องเดียวที่พ่อแม่อยากเห็นแก่ตัว ไม่อยากให้ลูกโตเพราะกลัวว่าเขาจะลืม แต่เขาไม่ลืมหรอก…เราจะอยู่กับเขานั้นแหละ แค่ในรูปแบบที่แตกต่างออกไปเท่านั้นเอง

    ถูกใจ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s