ลักษณ์ อาลัย : อุทิศ เหมะมูล

——
ลักษณ์ อาลัย  : 
อุทิศ เหมะมูล
——

Exif_JPEG_PICTURE
จากชื่อตอนจะเห็นได้ว่า มีสองบรรทัดซึ่งหมายถึงชื่อตอนหลัก และชื่อตอนเสริม (ขอบคุณภาพจาก Pandabookz ขี้เกียจรื้อตู้ออกมาถ่ายเอง)

 

 

เรื่องราวของชายที่ทิ้งครอบครัวไว้เบื้องหลัง มุ่งเข้าสู่วิถีแห่งคนเมือง ความขัดแย้งที่เป็นปมชีวิตค่อย ๆ ถูกตีแผ่ออกมาอย่างน่าหดหู่ ชายผู้เก็บกักปมปัญหา ฤา เป็นตัวสร้างปัญหาเสียเอง จริงแท้อย่างไร ไม่มีใครตอบได้

การเล่าเรื่องของเล่มนี้ พี่ม่อนเลือกการเล่าแบบสองเรื่องในแต่ละบท คือเรื่องหลักในช่วงแรกก่อนขีดเส้นใต้ในเรื่องเสริม พอขึ้นบทใหม่ก็มาเรื่องหลักอีกสลับไปมา ซึ่งตัวเรื่องเสริมเป็นความสนุกของผู้เขียนที่นึกอยากจะเล่าเรื่องอะไร วิพากษ์วิจารณ์อะไรก็สามารถแทรกเข้ามาได้ ทำให้โลกของเรื่องราวซับซ้อนและมีมิติเข้าไปอีก

%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a2

ก่อนจะหยิบเล่มนี้มาอ่าน ผมต้องเตรียมใจและเลือกช่วงเวลาเพื่อมาอ่านเจ้าเล่มนี้ ไม่ใช่เพราะไม่ชอบ แต่เกรงว่าจะไม่เป็นอันทำอะไรเหมือนที่ ลับแล แก่งคอย และจุติ ทำไว้กับผม แน่นอนเมื่อเปิดอ่านก็ไม่มีอะไรมาหยุดผมได้เลย จนถึงสาม สี่ บทสุดท้าย ที่ผมต้องค่อย ๆ ผ่อนความเร็วลง ก็ไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องเลย แต่เป็นเพราะผมไม่อยากให้มันจบ ไม่อยากปิดประตูให้ตัวละครเหล่านั้นต้องหลับตารอคอยผู้คนอื่นมาเปิดอ่าน
พี่ม่อน เล่นของหนักแสดงฝีมือกับนวนิยายเรื่องที่สอง อย่างอุกอาจ พยายามสร้างความต่างและเปิดมุมมองการเขียนนิยาย(สำหรับผมที่พึ่งหัดอ่าน)ให้แผ่กว้าง และจงใจแสดงให้เห็นว่า มันต้องดีกว่าเก่า(ลับแล-แก่งคอย)

เรื่องเต็มไปด้วยสีสันมากมายที่ถูกอัดยัดลงไป บางอย่างเกินพอดี บางทีก็เป็นสีนสัน เรื่องหลักเป็นเนื้อเค้กที่กลมกล่อม ละมุน และอร่อยนุ่ม ฉาบไปด้วยครีมฉูดฉาด เข้าบ้างไม่เข้าบ้าง หวานไป เปรี้ยวไป หรือบางทีมีขม คล้ายทดลอง 

ไม่อยากเปรียบกับ ลับแลฯ แต่ก็อดไม่ได้ ด้วยเรื่องขององค์ประกอบ ตัวละคร ฉาก ปม คล้ายคลึงกัน จึงทำให้นึกย้อนหา พี่น้องลับแลอย่างเลี่ยงไม่ได้ พงศาวดาร ใต้เส้นที่ขีดกั้นมันคือความแตกฉานที่บรรจงใส่เข้ามา อย่างแออัด ความจริงแล้วสามารถโดดเด่นเป็นเรื่องหลักได้ แต่ด้วยบางอย่างอย่างอาจจำเป็นต้องเล่ามาด้วยวิธีนี้ เป็นความรู้ที่น่าสนใจ แต่ด้วยเป็นเพียงแค่หน้าประดับตบแต่ง เลยขาดความกลมกล่อมหรือความหนักอย่างที่ควรมี(อันนี้น่าเสียดาย) 

ทั้งสามเล่ม(ลับแลฯ/ลักษณ์อาลัย/จุติ)เรียกได้ว่าเป็นมหากาพย์ที่ลงตัวที่สะท้อนปมปัญหาของชนชั้นกลาง และวิถีชีวิตที่แตกต่าง และภาวะการรุกราญจากเมือง แต่ละเรื่องมีเอกลักษณ์ของตัวเอง แต่ผมก็เชื่อว่ามันเป็นหนึ่งในยุคของตนเอง 

แม้มันมันจะเล่นย้ำกับองค์ประกอบซ้ำ แต่ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า ทุกคนมีเรื่องเล่า พลังของเรื่องเล่าที่แอบซ่อนและออกมาล้อเล่นกับเรา 

ผมสะอึกกับคำกล่าวที่ว่า  

“เราคือนักตัดแต่งความทรงจำ” 

ความจริงไม่เคยถูกเล่า เพราะเมื่อเราเล่ามันคือความไม่จริง   สิ่งที่ถูกชำระแล้ว 

ล้วนไม่จริง     

—————– 

ลิง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s