กลัว

นั่งถามตัวเองอยู่นาน ว่าทำอะไรอยู่นะ

ผมสามารถนั่งเขียนเรื่องสั้น บทความ ไดอารี่แบบต่อเนื่องกันสามชั่วโมงโดยไม่ไปไหนได้ ค่อย ๆ ขัดเหลี่ยม เกลามุม ตัดคำทิ้ง เสริมอักษรใหม่ อ่านมันซ้ำ ๆ จนจำได้ทุกอักษร ก่อนโพสหรือเผยแพร่ตามช่องทางต่าง ๆ

แต่กับนิยายเรื่องใหม่ที่อยากเขียน
ผมไม่แม้แต่จะร่างมันลงบนกระดาษ

aoeeti6onh4-chris-leggat

ผมนั่งมองเพื่อนหลาย ๆ คนที่กำลังนั่งเขียนงานของเขา โสภณกำลังเขียนสารคดีชีวิต ประสบการณ์ทำงานที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยกับคนไทย นั่งอ่านงานเรื่องสั้น พี่เดอ ที่มันมือขีดเขียนลงบนบล็อกต่าง ๆ ดู บาสเต็ด ที่โพสขายหนังสือควบคู่กับปล่อยทีเซองานใหม่ออกมาให้ได้ชม (ไม่อยากพูดถึงปองวุฒิ รู้สึกว่าไกลเกินไปที่จะดึงเขามากล่าวถึง) แต่ผมกลับนั่งงมอยู่ในสระน้ำทำหน้าหม่นเหม่ออย่างไร้จุดหมาย

นี่คงเป็นอีกบทหนึ่งที่ผมออกมาระบายเรื่องพรรค์นี้ บ่อยครั้งที่หนอมมาบอกและให้กำลังใจว่า “มึงต้องทำมากกว่าคิด ตอนนี้มึงคิดมากไปจนไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน” อ่า… มันก็จริงที่ผมคิดมากไป

ผมกลับไปอ่านงานเก่า ๆ งานที่ผมไม่ต้องใช้ความคิดในการเขียนมาก คิดอะไรก็เขียนออกมาอย่างนั้น งานเหล่านั้นเต็มไปด้วยความสนุก เห็นภาพของเด็กที่หลงทางในป่าละเมาะ เก็บเกี่ยวพืชพรรณต่าง ๆ มาดมและขย้ำเล่น ก่อนจะทิ้งไปจับตั๊กแตนหรือแมลงน้อยมาทรมาน แต่กับงานช่วงสองสามเดือนหลังมานี้ กลับเต็มไปด้วยความไม่มั่นใจและไร้ซึ่งแก่นสาร มันสะดุดทุกทาง ดอกไม้พรรณพืชที่เคยเด็ดดมขย้ำเล่น กลับถูกลูกคลำอย่างทะนุทะนอม ราวกับมันเป็นดอกไม่ดอกเดียวในชีวิต ที่ทำได้แค่ยืนมอง ย้ำคิดย้ำทำว่าจะทำอะไรกับสิ่งมีค่านี้ ไม่กล้าเด็ดมาดอมดม หรือใช้สอยให้ได้ประโยชน์ จนนานวันเข้า ดอกไม้เหล่านั้นก็เฉา และปลิดร่วงจากไป ปล่อยให้ผมนอนมองเพดานเพื่อค้นหาวัตถุดิบอันใหม่ แต่ก็ปล่อยให้มันเน่าไปอีกอยู่ดี

ผมถามตัวเองอีกครั้งในวันนี้ เราเป็นอะไรกันแน่
ขี้เกียจ เกรง ทำไม่เป็น หรือว่า กลัว

คำตอบที่ได้ มันก็คงรวม ๆ กัน ผมกลัวว่าสิ่งที่ผมทำมันจะล้มเหลว สิ่งที่ผลิตออกมามันจะเป็นเพียงแค่สิ่งไร้ค่าที่เกิดขึ้นบนเส้นเวลาแสนสั้น อยากให้งานที่ทำออกมา ดี ดี ดีจนสามารถเอาไปขี้คุย หรือป่าวประกาศอย่างภูมิใจว่านี่คือ งานกู ของกู

แต่ทุกครั้งที่มีไอเดียหรือมวลความคิด ผมก็เอามาพิจารณาซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนพบความผิด ความพลาด จุดบกพร่องและความซ้ำซาก มันเต็มไปด้วยเศษขยะที่พอกพูน เหล่านั้นบอกผมว่า งานชิ้นนี้จะเป็นเพียง สวะ แย่ อย่าทำมันเลย แล้วผมก็หยุดคิด หยุดทำ กลับมานั่งเขียนบทความ สองสามชั่วโมงของผมต่อไป

ได้อ่านตอนหนึ่งของหนังสือ Open Diary ของ วรพจน์ พันธุ์พงศ์ ได้เขียนไว้เกี่ยวกับการเขียนไม่ได้ว่า การเขียนไม่ได้ ไม่ได้หมายถึงว่าเขียนไม่เป็นแต่มันคือเขียนไม่ออก ไม่ใช่ว่าไม่มีความคิด แต่มันเป็นความคิดที่ไม่เข้าท่า ไม่น่าเขียน ไม่เกี่ยวกับ หิว ง่วง หรือมีเรื่องกังวลใจ แต่มีโอกาสที่คนอิ่ม ไม่ง่วง สดชื่นปลอดโปร่งจะเขียนได้ลื่นไหลมากกว่า แต่ก็อีกนั่นแหละเมื่อเขียนไม่ได้ก็คือเขียนไม่ได้ จะให้มีอะไรมาล่าก็คือเขียนไม่ได้อยู่ดี 

แต่สำหรับผมต่างออกไป บางบทไม่ได้อยากเขียน บางเรื่องไม่จำเป็นต้องถ่ายทอด เนื้อเรื่องและความเล่าก็วนซ้ำซากอยู่กับที่ เพราะผมทำมาเพื่อคั่นเวลา เท่านั้น ประโลมตัวเองว่า เฮ้ย กูมีอะไรทำอยู่นะ อันนั้นรอไปก่อน โกหกตัวเองว่ายุ่งอยู่ อันนั้นสำคัญกว่า ดีกว่า มึงรอไปก่อน มึงยังสุกไม่งอม นั่นกูต้องเล่นกับลูก นี่มันดังเกินไปใครจะเขียนได้ แล้วสุดท้ายก็ปล่อยมือทิ้งสิ่งที่อยากทำจริง ๆ ให้หายไป ไม่กล้าเผชิญหน้ากับมังกรตัวใหญ่ เลยไล่ตีหมาตีแมวเพื่อเก็บเลเวลไปวัน ๆ

goal

ผมไม่ได้มาสัญญาว่าจะกลับขยันเหมือนเดิมอีก เพราะถ้าพูดอีก หนอม คงมาด่าผมแน่ ๆ เพราะเขามาให้กำลังใจ กระตุ้น ด่า หรือแม่กระทั่งส่งหนังสือมาให้อ่านเป็นแรงบันดาลใจ

แต่ผมก็ยังเก็บตัว อยู่กับตัวเอง คิดเอง แล้วก็กลัวเองต่อไป แต่ผมมาเพื่อจะบอกว่า ได้พิจารณาตัวเอง ไตร่ตรองแล้ว ว่าตอนนี้ยังคงวิ่งไม่ได้ ไปต่อลำบาก อยากให้ทำใจและให้ผมได้พักอีกสักนิด (ซึ่งก็ไม่รับปากหรือฟันธงว่าเป็นเมื่อไหร่) ขออยู่กับตัวเอง อยู่กับเรื่องราวที่มี

อดทนรออีกนิดนะ
ลิงตัวเดิมกำลังจะกลับมา
กลับมาทำตามความฝันของมันให้เป็นจริง

#สัญญา
#อีกแล้ว

3 Replies to “กลัว”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s