A Monster Calls :Patrick Ness

 

A Monster Calls

–ในเงามืดแสนสลัว คุณกลัว ‘ปิศาจ’ ไหม–

 

ในจินตนาการของเด็กที่อยู่ในช่วงก้าวผ่านจุดเปลี่ยนสำคัญ ทุกคนคงอยากให้ใครมาช่วยเหรือหรือให้คำปรึกษา เหมือนในมังงะ เฉกเช่น โดราเอม่อน ของ โนบิตะ, อาบิดามารุ ของ อาซากุระ โย ใน ชาแมนคิง หรือแม้จะเป็น มัจจุราช ลุค ของ ยางามิ ไลท์ แห่ง เดธโน๊ต ซึ่งทั้งหมดจะออกมาช่วยให้คำแนะนำ ต่าง ๆ เพื่อให้ผ่านพ้นเรื่องเลวร้ายต่าง ๆ

 

แต่ในสังคมอเมริกันแล้ว วัฒนธรรมการถูกช่วยเหลือไม่เป็นที่ยอมรับนัก เรื่องราวส่วนใหญ่ของพวกเขาจึงจะเป็นแนวมิตรภาพ การช่วยเหลือกันและกันมากกว่าเป็นฝ่ายร้องขออย่างเดียว

 

————–
A Monster Calls
Patrick Ness
————–

ก็เช่นกัน เรื่องราวของเด็กหนุ่มที่กำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ แม่ที่ป่วยหนัก พ่อที่เหมือนจะทอดทิ้งเขา ยายที่ไม่ถูกชะตา และเพื่อน ๆ ที่ต่างเย้ยหยันให้เขาอยู่ชั้นต่ำสุดของห่วงโซ่การยอมรับ

กระทั่งวันหนึ่ง เวลา 00:07 เขามองเห็น ปิศาจ ต้นไม้ร่างยักษ์เดินข้ามสวนมาหาเขาที่บ้าน เด็กน้อยไร้ความหวั่นไหว อาจจะเป็นปัญหาที่เขาเผชิญนั้นใหญ่กว่า หรือ ปิศาจตนนั้นอาจเป็นผู้ช่วยเหลือก็เป็นได้

มิตรภาพเริ่มขึ้นในเวลา 00:07

 

มิตรภาพแปลกแปล่งของทั้งสองเริ่มขึ้น จากการที่ต้นไม้เล่าเรื่องยาวทั้งสามให้เด็กน้อยฟัง และให้เขาเล่าเรื่องที่ สี่ ที่เป็นเรื่องจริงของเด็กน้อยเป็นการแลกเปลี่ยน 

ในเวลา 00:07 ปิศาจ จะออกมาเรื่องเล่าที่ทึมเทาไร้เหตุผล สร้างความขัดแย้งให้จิตใจของเด็กน้อย โดยไม่อธิบายอะไร จากการต่อต้านในช่วงแรก ผ่านเรื่องเล่าทีละเรื่อง ๆ ปิศาจก็กลายมาเป็นความหวังของเขา

ก่อนสุดท้าย ความกดดันและสถานการณ์ ก็บังคับให้เขาต้องเล่าความจริง
ความจริงที่สร้างความเจ็บปวดทรมานภายในส่วนลึกของเขา

แล้วทุกอย่างก็จบลงตรงพื้นที่
สีเทา

 

การเล่าเรื่องของ Patrick มีความซับซ้อนซ่อนหลากเรื่องราวอยู่ภายใน ทั้ง วรรณะทางสังคม การยอมรับกันแบบลูกผู้ชาย การไม่อยากหายไปในร่องรอยเวลา และการพยายามให้ผู้อื่นยอมรับแม้จะด้วยวิธีการใดก็ตาม

 

จุดเด่นของเรื่องนี้อีกอย่างอยู่ที่ภาพประกอบอันสวยงามและเติมเต็มเรื่องราว ฝีมือการวาดของ Jim Kay (ผู้วาด Harry Potter เวอร์ชั่นภาพ) ซึ่งเขาใช้ความทุ่มเท ทั้งฝีมือ สร้างภาพและพื้นผิวที่น่าสนใจ ทรงพลังอย่างมากให้กับเรื่องนี้

 

สุดท้ายแล้ว บนทางเลือกของตัวละครอันจำกัดนั้น ไม่ว่าจะดีหรือเลวร้ายอย่างไร เขาก็ต้องการคำปรึกษาเพื่อตัดสินใจ ใครสักคนที่เข้าใจเขาไม่ว่าสิ่งที่เขาทำมันจะโหดร้ายแค่ไหนก็ตาม ใครสักคนที่รับฟังเฉย ๆ ก็ได้ ไม่ต้องมารับผิดชอบหรือมีส่วนร่วมอะไรเลย
แต่เมื่อไม่มีคนแบบนั้นอยู่บนโลก
เขา(หรือคุณ)ก็อาจสร้างคน ๆ นั้นขึ้นมาเอง ไม่ว่าคน ๆ นั้นจะมาในรูปแบบใดก็ตาม

 

20.12.16
12.30

7 Replies to “A Monster Calls :Patrick Ness”

    1. แต่เรื่องนั้นไม่ได้ก๊อปแนวคิดนะ คิดเรื่องนั้นเสร็จแล้ว มาอ่านเรื่องนี้เลยตีความ มาเป็นแนว ๆ นั้น ตอนเเรกตีความเป็นการ ช่วยเหลือแต่ดู ดี ๆ ไม่ได้ช่วยเหลือกันนิ พึ่งพากันต่างหาก แต่มีแก่นหลักกว่านี้อยู่นะ แต่ไม่พูด มันสปอยล์

      ถูกใจ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s